๒. ปปาตสุตฺตํ
๑๑๑๒. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อายาม, ภิกฺขเว, เยน ปฏิภานกูโฏ เตนุปสงฺกมิสฺสาม ทิวาวิหารายา’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. อถ โข ภควา สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ เยน ปฏิภานกูโฏ เตนุปสงฺกมิ. อทฺทสา โข อญฺญตโร ภิกฺขุ ปฏิภานกูเฏ มหนฺตํ ปปาตํ. ทิสฺวาน ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘มหา วตายํ, ภนฺเต, ปปาโต สุภยานโก, ภนฺเต, ปปาโต. อตฺถิ นุ โข, ภนฺเต, อิมมฺหา ปปาตา อญฺโญ ปปาโต มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จา’’ติ? ‘‘อตฺถิ โข, ภิกฺขุ, อิมมฺหา ปปาตา อญฺโญ ปปาโต มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จา’’ติ.
‘‘กตโม ปน, ภนฺเต, อิมมฺหา ปปาตา อญฺโญ ปปาโต มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จา’’ติ? ‘‘เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ, ชราสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ, มรณสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ. เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรตา ชราสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรตา มรณสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรตา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรตา ชาติสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺติ, ชราสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺติ, มรณสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺติ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺติ. เต ชาติสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขริตฺวา ชราสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขริตฺวา มรณสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขริตฺวา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขริตฺวา ชาติปปาตมฺปิ ปปตนฺติ, ชราปปาตมฺปิ ปปตนฺติ, มรณปปาตมฺปิ ปปตนฺติ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสปปาตมฺปิ ปปตนฺติ. เต น ปริมุจฺจนฺติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ. ‘น ปริมุจฺจนฺติ ทุกฺขสฺมา’ติ วทามิ’’.
‘‘เย จ โข เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ, เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ นาภิรมนฺติ, ชราสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ นาภิรมนฺติ, มรณสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ นาภิรมนฺติ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ นาภิรมนฺติ. เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อนภิรตา, ชราสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อนภิรตา, มรณสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อนภิรตา, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อนภิรตา, ชาติสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร นาภิสงฺขโรนฺติ, ชราสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร นาภิสงฺขโรนฺติ, มรณสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร นาภิสงฺขโรนฺติ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร นาภิสงฺขโรนฺติ. เต ชาติสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อนภิสงฺขริตฺวา, ชราสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อนภิสงฺขริตฺวา, มรณสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อนภิสงฺขริตฺวา, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อนภิสงฺขริตฺวา, ชาติปปาตมฺปิ นปฺปปตนฺติ, ชราปปาตมฺปิ นปฺปปตนฺติ, มรณปปาตมฺปิ นปฺปปตนฺติ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสปปาตมฺปิ นปฺปปตนฺติ. เต ปริมุจฺจนฺติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ. ‘ปริมุจฺจนฺติ ทุกฺขสฺมา’ติ วทามิ’’.
‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ โยโค กรณีโย…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ โยโค กรณีโย’’ติ. ทุติยํ.