๑๐. ทุติยสิเนรุปพฺพตราชสุตฺตํ

๑๑๒๐. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, สิเนรุปพฺพตราชายํ ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย, ฐเปตฺวา สตฺต มุคฺคมตฺติโย ปาสาณสกฺขรา. ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, กตมํ นุ โข พหุตรํ – ยํ วา สิเนรุสฺส ปพฺพตราชสฺส ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ, ยา วา สตฺต มุคฺคมตฺติโย ปาสาณสกฺขรา อวสิฏฺฐา’’ติ? ‘‘เอตเทว, ภนฺเต, พหุตรํ สิเนรุสฺส ปพฺพตราชสฺส ยทิทํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ; อปฺปมตฺติกา สตฺต มุคฺคมตฺติโย ปาสาณสกฺขรา อวสิฏฺฐา. สงฺขมฺปิ น อุเปนฺติ, อุปนิธมฺปิ น อุเปนฺติ, กลภาคมฺปิ น อุเปนฺติ สิเนรุสฺส ปพฺพตราชสฺส ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อุปนิธาย สตฺต มุคฺคมตฺติโย ปาสาณสกฺขรา อวสิฏฺฐา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อภิสเมตาวิโน เอตเทว พหุตรํ ทุกฺขํ ยทิทํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ; อปฺปมตฺตกํ อวสิฏฺฐํ. สงฺขมฺปิ น อุเปติ, อุปนิธมฺปิ น อุเปติ, กลภาคมฺปิ น อุเปติ, ปุริมํ ทุกฺขกฺขนฺธํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อุปนิธาย ยทิทํ สตฺตกฺขตฺตุปรมตา; โย ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ’’.

‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ โยโค กรณีโย…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ โยโค กรณีโย’’ติ. ทสมํ.

ปปาตวคฺโค ปญฺจโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

จินฺตา ปปาโต ปริฬาโห, กูฏํ วาลนฺธกาโร จ;

ฉิคฺคเฬน จ เทฺว วุตฺตา, สิเนรุ อปเร ทุเวติ.