๖. ปาณสุตฺตํ

๑๑๐๖. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส ยํ อิมสฺมึ ชมฺพุทีเป ติณกฏฺฐสาขาปลาสํ ตจฺเฉตฺวา เอกชฺฌํ สํหเรยฺย; เอกชฺฌํ สํหริตฺวา สูลํ กเรยฺย. สูลํ กริตฺวา เย มหาสมุทฺเท มหนฺตกา ปาณา เต มหนฺตเกสุ สูเลสุ อาวุเนยฺย, เย มหาสมุทฺเท มชฺฌิมกา ปาณา เต มชฺฌิมเกสุ สูเลสุ อาวุเนยฺย, เย มหาสมุทฺเท สุขุมกา ปาณา เต สุขุมเกสุ สูเลสุ อาวุเนยฺย. อปริยาทินฺนา จ, ภิกฺขเว, มหาสมุทฺเท โอฬาริกา ปาณา อสฺสุ.

‘‘อถ อิมสฺมึ ชมฺพุทีเป ติณกฏฺฐสาขาปลาสํ ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย. อิโต พหุตรา โข, ภิกฺขเว, มหาสมุทฺเท สุขุมกา ปาณา, เย น สุกรา สูเลสุ อาวุนิตุํ. ตํ กิสฺส เหตุ? สุขุมตฺตา, ภิกฺขเว, อตฺตภาวสฺส. เอวํ มหา โข, ภิกฺขเว, อปาโย. เอวํ มหนฺตสฺมา โข, ภิกฺขเว, อปายสฺมา ปริมุตฺโต ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ.

‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ โยโค กรณีโย…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ โยโค กรณีโย’’ติ. ฉฏฺฐํ.