๒. ขทิรปตฺตสุตฺตํ

๑๑๐๒. ‘‘โย, ภิกฺขเว, เอวํ วเทยฺย – ‘อหํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อนภิสเมจฺจ, ทุกฺขสมุทยํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อนภิสเมจฺจ, ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อนภิสเมจฺจ, ทุกฺขนิโรธคามินึ ปฏิปทํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อนภิสเมจฺจ สมฺมา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามี’ติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, โย เอวํ วเทยฺย – ‘อหํ ขทิรปตฺตานํ วา สรลปตฺตานํ [ปลาสปตฺตานํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วา อามลกปตฺตานํ วา ปุฏํ กริตฺวา อุทกํ วา ตาลปตฺตํ วา อาหริสฺสามี’ติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, โย เอวํ วเทยฺย – ‘อหํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อนภิสเมจฺจ…เป… ทุกฺขนิโรธคามินึ ปฏิปทํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อนภิสเมจฺจ สมฺมา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามี’ติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.

‘‘โย จ โข, ภิกฺขเว, เอวํ วเทยฺย – ‘อหํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อภิสเมจฺจ, ทุกฺขสมุทยํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อภิสเมจฺจ, ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อภิสเมจฺจ, ทุกฺขนิโรธคามินึ ปฏิปทํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อภิสเมจฺจ สมฺมา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามี’ติ – ฐานเมตํ วิชฺชติ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, โย เอวํ วเทยฺย – ‘อหํ ปทุมปตฺตานํ วา ปลาสปตฺตานํ วา มาลุวปตฺตานํ วา ปุฏํ กริตฺวา อุทกํ วา ตาลปตฺตํ วา อาหริสฺสามี’ติ – ฐานเมตํ วิชฺชติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, โย เอวํ วเทยฺย – ‘อหํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อภิสเมจฺจ …เป… ทุกฺขนิโรธคามินึ ปฏิปทํ อริยสจฺจํ ยถาภูตํ อภิสเมจฺจ สมฺมา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามี’ติ – ฐานเมตํ วิชฺชติ.

‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ โยโค กรณีโย…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ โยโค กรณีโย’’ติ. ทุติยํ.