๑๐. ตติยกุกฺกุฏารามสุตฺตํ
๒๐. ปาฏลิปุตฺตนิทานํ. ‘‘‘พฺรหฺมจริยํ, พฺรหฺมจริย’นฺติ, อาวุโส อานนฺท, วุจฺจติ. กตมํ นุ โข, อาวุโส, พฺรหฺมจริยํ, กตโม พฺรหฺมจารี, กตมํ พฺรหฺมจริยปริโยสาน’’นฺติ? ‘‘สาธุ สาธุ, อาวุโส ภทฺท! ภทฺทโก โข เต, อาวุโส ภทฺท, อุมฺมงฺโค, ภทฺทกํ ปฏิภานํ, กลฺยาณี ปริปุจฺฉา. เอวญฺหิ ตฺวํ, อาวุโส ภทฺท, ปุจฺฉสิ – ‘พฺรหฺมจริยํ, พฺรหฺมจริยนฺติ, อาวุโส อานนฺท, วุจฺจติ. กตมํ นุ โข, อาวุโส, พฺรหฺมจริยํ, กตโม พฺรหฺมจารี, กตมํ พฺรหฺมจริยปริโยสาน’’’นฺติ? ‘‘เอวมาวุโส’’ติ. ‘‘อยเมว โข, อาวุโส, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค พฺรหฺมจริยํ, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธิ. โย โข, อาวุโส, อิมินา อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน สมนฺนาคโต – อยํ วุจฺจติ พฺรหฺมจารี. โย โข, อาวุโส, ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย – อิทํ พฺรหฺมจริยปริโยสาน’’นฺติ. ทสมํ.
ตีณิ สุตฺตนฺตานิ เอกนิทานานิ.วิหารวคฺโค ทุติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
เทฺว วิหารา จ เสกฺโข จ, อุปฺปาทา อปเร ทุเว;
ปริสุทฺเธน เทฺว วุตฺตา, กุกฺกุฏาราเมน ตโยติ.