๘. สงฺขธมสุตฺตํ
๓๖๐. เอกํ สมยํ ภควา นาฬนฺทายํ วิหรติ ปาวาริกมฺพวเน. อถ โข อสิพนฺธกปุตฺโต คามณิ นิคณฺฐสาวโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อสิพนฺธกปุตฺตํ คามณึ ภควา เอตทโวจ – ‘‘กถํ นุ โข, คามณิ, นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต สาวกานํ ธมฺมํ เทเสตี’’ติ? ‘‘เอวํ โข, ภนฺเต, นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต สาวกานํ ธมฺมํ เทเสติ – ‘โย โกจิ ปาณํ อติปาเตติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโก, โย โกจิ อทินฺนํ อาทิยติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโก, โย โกจิ กาเมสุ มิจฺฉา จรติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโก, โย โกจิ มุสา ภณติ สพฺโพ, โส อาปายิโก เนรยิโก. ยํพหุลํ ยํพหุลํ วิหรติ, เตน เตน นียตี’ติ. เอวํ โข, ภนฺเต, นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต สาวกานํ ธมฺมํ เทเสตี’’ติ. ‘‘‘ยํพหุลํ ยํพหุลญฺจ, คามณิ, วิหรติ, เตน เตน นียติ’, เอวํ สนฺเต น โกจิ อาปายิโก เนรยิโก ภวิสฺสติ, ยถา นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส วจนํ’’.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, คามณิ, โย โส ปุริโส ปาณาติปาตี รตฺติยา วา ทิวสสฺส วา สมยาสมยํ อุปาทาย, กตโม พหุตโร สมโย, ยํ วา โส ปาณมติปาเตติ, ยํ วา โส ปาณํ นาติปาเตตี’’ติ? ‘‘โย โส, ภนฺเต, ปุริโส ปาณาติปาตี รตฺติยา วา ทิวสสฺส วา สมยาสมยํ อุปาทาย, อปฺปตโร โส สมโย ยํ โส ปาณมติปาเตติ, อถ โข เสฺวว พหุตโร สมโย ยํ โส ปาณํ นาติปาเตตี’’ติ. ‘‘‘ยํพหุลํ ยํพหุลญฺจ, คามณิ, วิหรติ เตน เตน นียตี’ติ, เอวํ สนฺเต น โกจิ อาปายิโก เนรยิโก ภวิสฺสติ, ยถา นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส วจนํ’’.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, คามณิ, โย โส ปุริโส อทินฺนาทายี รตฺติยา วา ทิวสสฺส วา สมยาสมยํ อุปาทาย, กตโม พหุตโร สมโย, ยํ วา โส อทินฺนํ อาทิยติ, ยํ วา โส อทินฺนํ นาทิยตี’’ติ. ‘‘โย โส, ภนฺเต, ปุริโส อทินฺนาทายี รตฺติยา วา ทิวสสฺส วา สมยาสมยํ อุปาทาย อปฺปตโร โส สมโย, ยํ โส อทินฺนํ อาทิยติ, อถ โข เสฺวว พหุตโร สมโย, ยํ โส อทินฺนํ นาทิยตี’’ติ. ‘‘‘ยํพหุลํ ยํพหุลญฺจ, คามณิ, วิหรติ เตน เตน นียตี’ติ, เอวํ สนฺเต น โกจิ อาปายิโก เนรยิโก ภวิสฺสติ, ยถา นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส วจนํ’’.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, คามณิ, โย โส ปุริโส กาเมสุมิจฺฉาจารี รตฺติยา วา ทิวสสฺส วา สมยาสมยํ อุปาทาย, กตโม พหุตโร สมโย, ยํ วา โส กาเมสุ มิจฺฉา จรติ, ยํ วา โส กาเมสุ มิจฺฉา น จรตี’’ติ? ‘‘โย โส, ภนฺเต, ปุริโส กาเมสุมิจฺฉาจารี รตฺติยา วา ทิวสสฺส วา สมยาสมยํ อุปาทาย, อปฺปตโร โส สมโย ยํ โส กาเมสุ มิจฺฉา จรติ, อถ โข เสฺวว พหุตโร สมโย, ยํ โส กาเมสุ มิจฺฉา น จรตี’’ติ. ‘‘‘ยํพหุลํ ยํพหุลญฺจ, คามณิ, วิหรติ เตน เตน นียตี’ติ, เอวํ สนฺเต น โกจิ อาปายิโก เนรยิโก ภวิสฺสติ, ยถา นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส วจนํ’’.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, คามณิ, โย โส ปุริโส มุสาวาที รตฺติยา วา ทิวสสฺส วา สมยาสมยํ อุปาทาย, กตโม พหุตโร สมโย, ยํ วา โส มุสา ภณติ, ยํ วา โส มุสา น ภณตี’’ติ? ‘‘โย โส, ภนฺเต, ปุริโส มุสาวาที รตฺติยา วา ทิวสสฺส วา สมยาสมยํ อุปาทาย, อปฺปตโร โส สมโย, ยํ โส มุสา ภณติ, อถ โข เสฺวว พหุตโร สมโย, ยํ โส มุสา น ภณตี’’ติ. ‘‘‘ยํพหุลํ ยํพหุลญฺจ, คามณิ, วิหรติ เตน เตน นียตี’ติ, เอวํ สนฺเต น โกจิ อาปายิโก เนรยิโก ภวิสฺสติ, ยถา นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส วจนํ’’.
‘‘อิธ, คามณิ, เอกจฺโจ สตฺถา เอวํวาที โหติ เอวํทิฏฺฐิ [เอวํทิฏฺฐี (ก.)] – ‘โย โกจิ ปาณมติปาเตติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโก, โย โกจิ อทินฺนํ อาทิยติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโก, โย โกจิ กาเมสุ มิจฺฉา จรติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโก, โย โกจิ มุสา ภณติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโก’ติ. ตสฺมึ โข ปน, คามณิ, สตฺถริ สาวโก อภิปฺปสนฺโน โหติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘มยฺหํ โข สตฺถา เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ – โย โกจิ ปาณมติปาเตติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโกติ. อตฺถิ โข ปน มยา ปาโณ อติปาติโต, อหมฺปมฺหิ อาปายิโก เนรยิโกติ ทิฏฺฐึ ปฏิลภติ. ตํ, คามณิ, วาจํ อปฺปหาย ตํ จิตฺตํ อปฺปหาย ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. มยฺหํ โข สตฺถา เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ – โย โกจิ อทินฺนํ อาทิยติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโกติ. อตฺถิ โข ปน มยา อทินฺนํ อาทินฺนํ อหมฺปมฺหิ อาปายิโก เนรยิโกติ ทิฏฺฐึ ปฏิลภติ. ตํ, คามณิ, วาจํ อปฺปหาย ตํ จิตฺตํ อปฺปหาย ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. มยฺหํ โข สตฺถา เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ – โย โกจิ กาเมสุ มิจฺฉา จรติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโก’ติ. อตฺถิ โข ปน มยา กาเมสุ มิจฺฉา จิณฺณํ. ‘อหมฺปมฺหิ อาปายิโก เนรยิโก’ติ ทิฏฺฐึ ปฏิลภติ. ตํ, คามณิ, วาจํ อปฺปหาย ตํ จิตฺตํ อปฺปหาย ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. มยฺหํ โข สตฺถา เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ – โย โกจิ มุสา ภณติ, สพฺโพ โส อาปายิโก เนรยิโกติ. อตฺถิ โข ปน มยา มุสา ภณิตํ. ‘อหมฺปมฺหิ อาปายิโก เนรยิโก’ติ ทิฏฺฐึ ปฏิลภติ. ตํ, คามณิ, วาจํ อปฺปหาย ตํ จิตฺตํ อปฺปหาย ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘อิธ ปน, คามณิ, ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา. โส อเนกปริยาเยน ปาณาติปาตํ ครหติ วิครหติ, ‘ปาณาติปาตา วิรมถา’ติ จาห. อทินฺนาทานํ ครหติ วิครหติ, ‘อทินฺนาทานา วิรมถา’ติ จาห. กาเมสุมิจฺฉาจารํ ครหติ, วิครหติ ‘กาเมสุมิจฺฉาจารา วิรมถา’ติ จาห. มุสาวาทํ ครหติ วิครหติ ‘มุสาวาทา วิรมถา’ติ จาห. ตสฺมึ โข ปน, คามณิ, สตฺถริ สาวโก อภิปฺปสนฺโน โหติ. โส อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘ภควา โข อเนกปริยาเยน ปาณาติปาตํ ครหติ วิครหติ, ปาณาติปาตา วิรมถาติ จาห. อตฺถิ โข ปน มยา ปาโณ อติปาติโต ยาวตโก วา ตาวตโก วา. โย โข ปน มยา ปาโณ อติปาติโต ยาวตโก วา ตาวตโก วา, ตํ น สุฏฺฐุ, ตํ น สาธุ. อหญฺเจว [อหญฺเจ (?)] โข ปน ตปฺปจฺจยา วิปฺปฏิสารี อสฺสํ. น เมตํ ปาปํ กมฺมํ [ปาปกมฺมํ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] อกตํ ภวิสฺสตี’ติ. โส อิติ ปฏิสงฺขาย ตญฺเจว ปาณาติปาตํ ปชหติ. อายติญฺจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ. เอวเมตสฺส ปาปสฺส กมฺมสฺส ปหานํ โหติ. เอวเมตสฺส ปาปสฺส กมฺมสฺส สมติกฺกโม โหติ.
‘‘‘ภควา โข อเนกปริยาเยน อทินฺนาทานํ ครหติ วิครหติ, อทินฺนาทานา วิรมถาติ จาห. อตฺถิ โข ปน มยา อทินฺนํ อาทินฺนํ ยาวตกํ วา ตาวตกํ วา. ยํ โข ปน มยา อทินฺนํ อาทินฺนํ ยาวตกํ วา ตาวตกํ วา ตํ น สุฏฺฐุ, ตํ น สาธุ. อหญฺเจว โข ปน ตปฺปจฺจยา วิปฺปฏิสารี อสฺสํ, น เมตํ ปาปํ กมฺมํ อกตํ ภวิสฺสตี’ติ. โส อิติ ปฏิสงฺขาย ตญฺเจว อทินฺนาทานํ ปชหติ. อายติญฺจ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ. เอวเมตสฺส ปาปสฺส กมฺมสฺส ปหานํ โหติ. เอวเมตสฺส ปาปสฺส กมฺมสฺส สมติกฺกโม โหติ.
‘‘‘ภควา โข ปน อเนกปริยาเยน กาเมสุมิจฺฉาจารํ ครหติ วิครหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารา วิรมถาติ จาห. อตฺถิ โข ปน มยา กาเมสุ มิจฺฉา จิณฺณํ ยาวตกํ วา ตาวตกํ วา. ยํ โข ปน มยา กาเมสุ มิจฺฉา จิณฺณํ ยาวตกํ วา ตาวตกํ วา ตํ น สุฏฺฐุ, ตํ น สาธุ. อหญฺเจว โข ปน ตปฺปจฺจยา วิปฺปฏิสารี อสฺสํ, น เมตํ ปาปํ กมฺมํ อกตํ ภวิสฺสตี’ติ. โส อิติ ปฏิสงฺขาย ตญฺเจว กาเมสุมิจฺฉาจารํ ปชหติ, อายติญฺจ กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ. เอวเมตสฺส ปาปสฺส กมฺมสฺส ปหานํ โหติ. เอวเมตสฺส ปาปสฺส กมฺมสฺส สมติกฺกโม โหติ.
‘‘‘ภควา โข ปน อเนกปริยาเยน มุสาวาทํ ครหติ วิครหติ, มุสาวาทา วิรมถาติ จาห. อตฺถิ โข ปน มยา มุสา ภณิตํ ยาวตกํ วา ตาวตกํ วา. ยํ โข ปน มยา มุสา ภณิตํ ยาวตกํ วา ตาวตกํ วา ตํ น สุฏฺฐุ, ตํ น สาธุ. อหญฺเจว โข ปน ตปฺปจฺจยา วิปฺปฏิสารี อสฺสํ, น เมตํ ปาปํ กมฺมํ อกตํ ภวิสฺสตี’ติ. โส อิติ ปฏิสงฺขาย ตญฺเจว มุสาวาทํ ปชหติ, อายติญฺจ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ. เอวเมตสฺส ปาปสฺส กมฺมสฺส ปหานํ โหติ. เอวเมตสฺส ปาปสฺส กมฺมสฺส สมติกฺกโม โหติ.
‘‘โส ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ. อทินฺนาทานํ ปหาย อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ. กาเมสุมิจฺฉาจารํ ปหาย กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ. มุสาวาทํ ปหาย มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ. ปิสุณํ วาจํ ปหาย ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ. ผรุสํ วาจํ ปหาย ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ. สมฺผปฺปลาปํ ปหาย สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ. อภิชฺฌํ ปหาย อนภิชฺฌาลุ โหติ. พฺยาปาทปฺปโทสํ ปหาย อพฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ. มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปหาย สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ.
‘‘ส โข โส, คามณิ, อริยสาวโก เอวํ วิคตาภิชฺโฌ วิคตพฺยาปาโท อสมฺมูโฬฺห สมฺปชาโน ปฏิสฺสโต เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ, ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ. เสยฺยถาปิ, คามณิ, พลวา สงฺขธโม อปฺปกสิเรเนว จตุทฺทิสา วิญฺญาเปยฺย; เอวเมว โข, คามณิ, เอวํ ภาวิตาย เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา เอวํ พหุลีกตาย ยํ ปมาณกตํ กมฺมํ, น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ, น ตํ ตตฺราวติฏฺฐติ.
‘‘ส โข โส, คามณิ, อริยสาวโก เอวํ วิคตาภิชฺโฌ วิคตพฺยาปาโท อสมฺมูโฬฺห สมฺปชาโน ปฏิสฺสโต กรุณาสหคเตน เจตสา…เป… มุทิตาสหคเตน เจตสา…เป…. อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ, ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ. เสยฺยถาปิ, คามณิ, พลวา สงฺขธโม อปฺปกสิเรเนว จตุทฺทิสา วิญฺญาเปยฺย; เอวเมว โข, คามณิ, เอวํ ภาวิตาย อุเปกฺขาย เจโตวิมุตฺติยา เอวํ พหุลีกตาย ยํ ปมาณกตํ กมฺมํ น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ, น ตํ ตตฺราวติฏฺฐตี’’ติ. เอวํ วุตฺเต, อสิพนฺธกปุตฺโต คามณิ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต…เป… อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ. อฏฺฐมํ.