๑. จณฺฑสุตฺตํ
๓๕๓. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข จณฺโฑ คามณิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข จณฺโฑ คามณิ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ จณฺโฑ จณฺโฑเตฺวว [เยน มิเธกจฺโจ จณฺโฑเตว (สี. ปี.)] สงฺขํ คจฺฉติ. โก ปน, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ โสรโต โสรโตเตฺวว [เยน มิเธกจฺโจ สุรโตเตว (สี. ปี.)] สงฺขํ คจฺฉตี’’ติ? ‘‘อิธ, คามณิ, เอกจฺจสฺส ราโค อปฺปหีโน โหติ. ราคสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ, ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ. โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. โทโส อปฺปหีโน โหติ. โทสสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ, ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ. โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. โมโห อปฺปหีโน โหติ. โมหสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ, ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ. โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. อยํ โข, คามณิ, เหตุ, อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ จณฺโฑ จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ’’.
‘‘อิธ ปน, คามณิ, เอกจฺจสฺส ราโค ปหีโน โหติ. ราคสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ, ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ. โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. โทโส ปหีโน โหติ. โทสสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ, ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ. โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. โมโห ปหีโน โหติ. โมหสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ, ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ. โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. อยํ โข, คามณิ, เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ โสรโต โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตี’’ติ.
เอวํ วุตฺเต, จณฺโฑ คามณิ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต! เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ; เอวเมวํ ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ. ปฐมํ.