๙. อวิชฺชาปญฺหาสุตฺตํ

๓๒๒. ‘‘‘อวิชฺชา, อวิชฺชา’ติ, อาวุโส สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตมา นุ โข, อาวุโส, อวิชฺชา’’ติ? ‘‘ยํ โข, อาวุโส, ทุกฺเข อญฺญาณํ, ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณํ – อยํ วุจฺจตาวุโส, อวิชฺชา’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปนาวุโส, มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา, เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายา’’ติ? ‘‘อตฺถิ โข, อาวุโส, มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา, เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายา’’ติ. ‘‘กตโม ปนาวุโส, มคฺโค กตมา ปฏิปทา, เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายา’’ติ? ‘‘อยเมว โข, อาวุโส, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานาย, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ. อยํ โข, อาวุโส, มคฺโค อยํ ปฏิปทา, เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายา’’ติ. ‘‘ภทฺทโก, อาวุโส, มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา, เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานาย. อลญฺจ ปนาวุโส สาริปุตฺต, อปฺปมาทายา’’ติ. นวมํ.