๒. อรหตฺตปญฺหาสุตฺตํ

๓๑๕. ‘‘‘อรหตฺตํ, อรหตฺต’นฺติ, อาวุโส สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตมํ นุ โข, อาวุโส, อรหตฺต’’นฺติ? ‘‘โย โข, อาวุโส, ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย – อิทํ วุจฺจติ อรหตฺต’’นฺติ. ‘‘อตฺถิ ปนาวุโส, มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ? ‘‘อตฺถิ โข, อาวุโส, มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ. ‘‘กตโม ปนาวุโส, มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ? ‘‘อยเมว โข, อาวุโส, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยาย, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ. อยํ โข อาวุโส, มคฺโค, อยํ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ. ‘‘ภทฺทโก, อาวุโส, มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยาย. อลญฺจ ปนาวุโส สาริปุตฺต, อปฺปมาทายา’’ติ. ทุติยํ.