๑๒. อุปาทานปญฺหาสุตฺตํ
๓๒๕. ‘‘‘อุปาทานํ, อุปาทาน’นฺติ, อาวุโส สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตมํ นุ โข, อาวุโส, อุปาทาน’’นฺติ? ‘‘จตฺตาริมานิ, อาวุโส, อุปาทานานิ. กามุปาทานํ, ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ, อตฺตวาทุปาทานํ – อิมานิ โข, อาวุโส, จตฺตาริ อุปาทานานี’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปนาวุโส, มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา, เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายา’’ติ? ‘‘อตฺถิ โข, อาวุโส, มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา, เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายา’’ติ. ‘‘กตโม ปนาวุโส, มคฺโค กตมา ปฏิปทา, เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายา’’ติ? ‘‘อยเมว โข, อาวุโส, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานาย, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ. อยํ โข, อาวุโส, มคฺโค อยํ ปฏิปทา, เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายา’’ติ. ‘‘ภทฺทโก, อาวุโส, มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา, เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานาย. อลญฺจ ปนาวุโส สาริปุตฺต, อปฺปมาทายา’’ติ. ทฺวาทสมํ.