๓. พาฬิสิโกปมสุตฺตํ
๒๓๐. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, พาฬิสิโก อามิสคตพฬิสํ คมฺภีเร อุทกรหเท ปกฺขิเปยฺย. ตเมนํ อญฺญตโร อามิสจกฺขุ มจฺโฉ คิเลยฺย. เอวญฺหิ โส, ภิกฺขเว, มจฺโฉ คิลิตพฬิโส พาฬิสิกสฺส อนยํ อาปนฺโน พฺยสนํ อาปนฺโน ยถากามกรณีโย พาฬิสิกสฺส.
เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ฉยิเม พฬิสา โลกสฺมึ อนยาย สตฺตานํ วธาย [พฺยาพาธาย (สี. ปี.)] ปาณินํ. กตเม ฉ? สนฺติ, ภิกฺขเว, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ, ภิกฺขุ, อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คิลิตพฬิโส, มารสฺส อนยํ อาปนฺโน พฺยสนํ อาปนฺโน ยถากามกรณีโย ปาปิมโต…เป… สนฺติ, ภิกฺขเว, ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา…เป….
สนฺติ, ภิกฺขเว, มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ, ภิกฺขุ, อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คิลิตพฬิโส มารสฺส อนยํ อาปนฺโน พฺยสนํ อาปนฺโน ยถากามกรณีโย ปาปิมโต.
‘‘สนฺติ จ, ภิกฺขเว, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ นาภินนฺทติ นาภิวทติ นาชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น คิลิตพฬิโส มารสฺส อเภทิ พฬิสํ ปริเภทิ พฬิสํ น อนยํ อาปนฺโน น พฺยสนํ อาปนฺโน น ยถากามกรณีโย ปาปิมโต…เป….
‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา…เป…. สนฺติ, ภิกฺขเว, มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา. ตญฺเจ ภิกฺขุ นาภินนฺทติ นาภิวทติ นาชฺโฌสาย ติฏฺฐติ, อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น คิลิตพฬิโส มารสฺส อเภทิ พฬิสํ ปริเภทิ พฬิสํ น อนยํ อาปนฺโน น พฺยสนํ อาปนฺโน น ยถากามกรณีโย ปาปิมโต’’ติ. ตติยํ.