๓. ปฐมรูปารามสุตฺตํ
๑๓๖. ‘‘รูปารามา, ภิกฺขเว, เทวมนุสฺสา รูปรตา รูปสมฺมุทิตา. รูปวิปริณามวิราคนิโรธา ทุกฺขา, ภิกฺขเว, เทวมนุสฺสา วิหรนฺติ. สทฺทารามา, ภิกฺขเว, เทวมนุสฺสา สทฺทรตา สทฺทสมฺมุทิตา. สทฺทวิปริณามวิราคนิโรธา ทุกฺขา, ภิกฺขเว, เทวมนุสฺสา วิหรนฺติ. คนฺธารามา… รสารามา… โผฏฺฐพฺพารามา… ธมฺมารามา, ภิกฺขเว, เทวมนุสฺสา ธมฺมรตา ธมฺมสมฺมุทิตา. ธมฺมวิปริณามวิราคนิโรธา ทุกฺขา, ภิกฺขเว, เทวมนุสฺสา วิหรนฺติ. ตถาคโต จ โข, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ รูปานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวํ จ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา น รูปาราโม น รูปรโต น รูปสมฺมุทิโต. รูปวิปริณามวิราคนิโรธา สุโข, ภิกฺขเว, ตถาคโต วิหรติ. สทฺทานํ… คนฺธานํ… รสานํ… โผฏฺฐพฺพานํ… ธมฺมานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา น ธมฺมาราโม, น ธมฺมรโต, น ธมฺมสมฺมุทิโต. ธมฺมวิปริณามวิราคนิโรธา สุโข, ภิกฺขเว, ตถาคโต วิหรติ’’. อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘‘รูปา สทฺทา รสา คนฺธา, ผสฺสา ธมฺมา จ เกวลา;
อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา จ, ยาวตตฺถีติ วุจฺจติ.
‘‘สเทวกสฺส โลกสฺส, เอเต โว สุขสมฺมตา;
ยตฺถ เจเต นิรุชฺฌนฺติ, ตํ เตสํ ทุกฺขสมฺมตํ.
‘‘สุขํ [สุขนฺติ (สี.)] ทิฏฺฐมริเยภิ, สกฺกายสฺส นิโรธนํ;
ปจฺจนีกมิทํ โหติ, สพฺพโลเกน ปสฺสตํ.
‘‘ยํ ปเร สุขโต อาหุ, ตทริยา อาหุ ทุกฺขโต;
ยํ ปเร ทุกฺขโต อาหุ, ตทริยา สุขโต วิทู.
‘‘ปสฺส ธมฺมํ ทุราชานํ, สมฺมูเฬฺหตฺถ อวิทฺทสุ;
นิวุตานํ ตโม โหติ, อนฺธกาโร อปสฺสตํ.
‘‘สตญฺจ วิวฏํ โหติ, อาโลโก ปสฺสตามิ;
สนฺติเก น วิชานนฺติ, มคฺคา [มคา (สี.)] ธมฺมสฺส อโกวิทา.
‘‘ภวราคปเรเตภิ, ภวราคานุสารีภิ [ภวโสตานุสาริภิ (สฺยา. กํ. ปี.), ภวโสตานุสาริหิ (สี.)];
มารเธยฺยานุปนฺเนหิ, นายํ ธมฺโม สุสมฺพุโธ.
‘‘โก นุ อญฺญตฺร มริเยภิ, ปทํ สมฺพุทฺธุมรหติ;
ยํ ปทํ สมฺมทญฺญาย, ปรินิพฺพนฺติ อนาสวา’’ติ. ตติยํ;