๑. เทวทหสุตฺตํ
๑๓๔. เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ เทวทหํ นาม สกฺยานํ นิคโม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, สพฺเพสํเยว ภิกฺขูนํ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ อปฺปมาเทน กรณียนฺติ วทามิ, น จ ปนาหํ, ภิกฺขเว, สพฺเพสํเยว ภิกฺขูนํ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ นาปฺปมาเทน กรณียนฺติ วทามิ. เย เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู อรหนฺโต ขีณาสวา วุสิตวนฺโต กตกรณียา โอหิตภารา อนุปฺปตฺตสทตฺถา ปริกฺขีณภวสํโยชนา สมฺมทญฺญา วิมุตฺตา, เตสาหํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูนํ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ นาปฺปมาเทน กรณียนฺติ วทามิ. ตํ กิสฺส เหตุ? กตํ เตสํ อปฺปมาเทน, อภพฺพา เต ปมชฺชิตุํ. เย จ โข เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู เสกฺขา [เสขา (สี. สฺยา. กํ. ปี. ก.)] อปฺปตฺตมานสา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ ปตฺถยมานา วิหรนฺติ, เตสาหํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูนํ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ อปฺปมาเทน กรณียนฺติ วทามิ. ตํ กิสฺส เหตุ? สนฺติ, ภิกฺขเว, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา มโนรมาปิ, อมโนรมาปิ. ตฺยาสฺส ผุสฺส ผุสฺส จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐนฺติ. เจตโส อปริยาทานา อารทฺธํ โหติ วีริยํ อสลฺลีนํ, อุปฏฺฐิตา สติ อสมฺมุฏฺฐา [อปมฺมุฏฺฐา (สี.), อปฺปมุฏฺฐา (สฺยา. กํ.)], ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ, สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ. อิมํ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, อปฺปมาทผลํ สมฺปสฺสมาโน เตสํ ภิกฺขูนํ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ อปฺปมาเทน กรณียนฺติ วทามิ…เป… สนฺติ, ภิกฺขเว, มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มโนรมาปิ อมโนรมาปิ. ตฺยาสฺส ผุสฺส ผุสฺส จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐนฺติ. เจตโส อปริยาทานา อารทฺธํ โหติ วีริยํ อสลฺลีนํ, อุปฏฺฐิตา สติ อสมฺมุฏฺฐา, ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ, สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ. อิมํ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, อปฺปมาทผลํ สมฺปสฺสมาโน เตสํ ภิกฺขูนํ ฉสุ [ฉสฺสุ (สี.)] ผสฺสายตเนสุ อปฺปมาเทน กรณียนฺติ วทามี’’ติ. ปฐมํ.