๑๐. อุปสฺสุติสุตฺตํ
๑๑๓. เอกํ สมยํ ภควา นาติเก [ญาติเก (สี. สฺยา. กํ.)] วิหรติ คิญฺชกาวสเถ. อถ โข ภควา รโหคโต ปฏิสลฺลีโน อิมํ ธมฺมปริยายํ อภาสิ – ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ. ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส. ผสฺสปจฺจยา เวทนา; เวทนาปจฺจยา ตณฺหา; ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ; อุปาทานปจฺจยา ภโว; ภวปจฺจยา ชาติ; ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ. ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ…เป… มนญฺจ ปฏิจฺจ ธมฺเม จ อุปฺปชฺชติ มโนวิญฺญาณํ. ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส. ผสฺสปจฺจยา เวทนา; เวทนาปจฺจยา ตณฺหา; ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ; อุปาทานปจฺจยา ภโว; ภวปจฺจยา ชาติ; ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ’’.
‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ. ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส. ผสฺสปจฺจยา เวทนา; เวทนาปจฺจยา ตณฺหา. ตสฺสาเยว ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรธา อุปาทานนิโรโธ; อุปาทานนิโรธา ภวนิโรโธ; ภวนิโรธา ชาตินิโรโธ; ชาตินิโรธา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา นิรุชฺฌนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหติ…เป… ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ…เป… มนญฺจ ปฏิจฺจ ธมฺเม จ อุปฺปชฺชติ มโนวิญฺญาณํ. ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส. ผสฺสปจฺจยา เวทนา; เวทนาปจฺจยา ตณฺหา. ตสฺสาเยว ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรธา อุปาทานนิโรโธ; อุปาทานนิโรธา…เป… เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควโต อุปสฺสุติ [อุปสฺสุตึ (สี. ก.)] ฐิโต โหติ. อทฺทสา โข ภควา ตํ ภิกฺขุํ อุปสฺสุติ ฐิตํ. ทิสฺวาน ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘อสฺโสสิ โน ตฺวํ, ภิกฺขุ, อิมํ ธมฺมปริยาย’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘อุคฺคณฺหาหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อิมํ ธมฺมปริยายํ. ปริยาปุณาหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อิมํ ธมฺมปริยายํ. ธาเรหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อิมํ ธมฺมปริยายํ. อตฺถสํหิโตยํ, ภิกฺขุ, ธมฺมปริยาโย อาทิพฺรหฺมจริยโก’’ติ. ทสมํ.
โยคกฺเขมิวคฺโค เอกาทสโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
โยคกฺเขมิ อุปาทาย, ทุกฺขํ โลโก จ เสยฺโย จ;
สํโยชนํ อุปาทานํ, เทฺว ปริชานํ อุปสฺสุตีติ.