๔-๖. ทุติยาทิทฺวยการีสุตฺตตฺติกํ

๓๙๕-๓๙๗. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ชลาพุชานํ สุปณฺณานํ…เป… สํเสทชานํ สุปณฺณานํ…เป… โอปปาติกานํ สุปณฺณานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตี’’ติ? ‘‘อิธ, ภิกฺขุ, เอกจฺโจ กาเยน ทฺวยการี โหติ, วาจาย ทฺวยการี, มนสา ทฺวยการี. ตสฺส สุตํ โหติ – ‘โอปปาติกา สุปณฺณา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลา’ติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา โอปปาติกานํ สุปณฺณานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺย’นฺติ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา โอปปาติกานํ สุปณฺณานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อยํ โข, ภิกฺขุ, เหตุ, อยํ ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา โอปปาติกานํ สุปณฺณานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.