๖. จตุตฺถอุโปสถสุตฺตํ
๓๔๗. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺเจ โอปปาติกา นาคา อุโปสถํ อุปวสนฺติ โวสฺสฏฺฐกายา จ ภวนฺตี’’ติ?
‘‘อิธ, ภิกฺขุ, เอกจฺจานํ โอปปาติกานํ นาคานํ เอวํ โหติ – ‘มยํ โข ปุพฺเพ กาเยน ทฺวยการิโน อหุมฺห, วาจาย ทฺวยการิโน, มนสา ทฺวยการิโน. เต มยํ กาเยน ทฺวยการิโน, วาจาย ทฺวยการิโน, มนสา ทฺวยการิโน, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา โอปปาติกานํ นาคานํ สหพฺยตํ อุปปนฺนา. สจชฺช มยํ กาเยน สุจริตํ จเรยฺยาม, วาจาย… มนสา สุจริตํ จเรยฺยาม, เอวํ มยํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺยาม. หนฺท, มยํ เอตรหิ กาเยน สุจริตํ จราม, วาจาย… มนสา สุจริตํ จรามา’ติ. อยํ โข, ภิกฺขุ, เหตุ, อยํ ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺเจ โอปปาติกา นาคา อุโปสถํ อุปวสนฺติ โวสฺสฏฺฐกายา จ ภวนฺตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.