๒๑-๕๐. ชลาพุชาทิทานูปการสุตฺตตฺตึสกํ

๓๖๒-๓๙๑. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ, โก ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ชลาพุชานํ นาคานํ…เป… สํเสทชานํ นาคานํ…เป… โอปปาติกานํ นาคานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตี’’ติ?

‘‘อิธ, ภิกฺขุ, เอกจฺโจ กาเยน ทฺวยการี โหติ, วาจาย ทฺวยการี, มนสา ทฺวยการี. ตสฺส สุตํ โหติ – ‘โอปปาติกา นาคา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลา’ติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา โอปปาติกานํ นาคานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺย’นฺติ. โส อนฺนํ เทติ…เป… ปานํ เทติ…เป… ปทีเปยฺยํ เทติ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา โอปปาติกานํ นาคานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อยํ โข, ภิกฺขุ, เหตุ, อยํ ปจฺจโย, เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา โอปปาติกานํ นาคานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตี’’ติ.

(อิมินา เปยฺยาเลน ทส ทส สุตฺตนฺตา กาตพฺพา. เอวํ จตูสุ โยนีสุ จตฺตาลีสํ เวยฺยากรณา โหนฺติ. ปุริเมหิ ปน ทสหิ สุตฺตนฺเตหิ สห โหนฺติ ปณฺณาสสุตฺตนฺตาติ.)

นาคสํยุตฺตํ สมตฺตํ.