๖. อสฺสชิสุตฺตํ
๘๘. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อสฺสชิ กสฺสปการาเม วิหรติ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน. อถ โข อายสฺมา อสฺสชิ อุปฏฺฐาเก อามนฺเตสิ – ‘‘เอถ ตุเมฺห, อาวุโส, เยน ภควา เตนุปสงฺกมถ; อุปสงฺกมิตฺวา มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทถ – ‘อสฺสชิ, ภนฺเต, ภิกฺขุ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน. โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตี’ติ. เอวญฺจ วเทถ – ‘สาธุ กิร, ภนฺเต, ภควา เยน อสฺสชิ ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต อสฺสชิสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อสฺสชิ, ภนฺเต, ภิกฺขุ อาพาธิโก…เป… สาธุ กิร, ภนฺเต, ภควา เยน อสฺสชิ ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน.
อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา อสฺสชิ เตนุปสงฺกมิ. อทฺทสา โข อายสฺมา อสฺสชิ ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน มญฺจเก สมโธสิ. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อสฺสชึ [อายสฺมโต อสฺสชิสฺส (ปี. ก.)] เอตทโวจ – ‘‘อลํ, อสฺสชิ, มา ตฺวํ มญฺจเก สมโธสิ. สนฺติมานิ อาสนานิ ปญฺญตฺตานิ, ตตฺถาหํ นิสีทิสฺสามี’’ติ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. นิสชฺช โข ภควา อายสฺมนฺตํ อสฺสชึ เอตทโวจ – ‘‘กจฺจิ เต, อสฺสชิ, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนียํ…เป… ปฏิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน อภิกฺกโม’’ติ?
‘‘น เม, ภนฺเต, ขมนียํ…เป… อภิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโม’’ติ. ‘‘กจฺจิ เต, อสฺสชิ, น กิญฺจิ กุกฺกุจฺจํ น โกจิ วิปฺปฏิสาโร’’ติ? ‘‘ตคฺฆ เม, ภนฺเต, อนปฺปกํ กุกฺกุจฺจํ อนปฺปโก วิปฺปฏิสาโร’’ติ. ‘‘กจฺจิ ปน ตํ, อสฺสชิ, อตฺตา สีลโต น อุปวทตี’’ติ? ‘‘น โข มํ, ภนฺเต, อตฺตา สีลโต อุปวทตี’’ติ. ‘‘โน เจ กิร ตํ, อสฺสชิ, อตฺตา สีลโต อุปวทติ, อถ กิญฺจ เต กุกฺกุจฺจํ โก จ วิปฺปฏิสาโร’’ติ? ‘‘ปุพฺเพ ขฺวาหํ, ภนฺเต, เคลญฺเญ ปสฺสมฺเภตฺวา ปสฺสมฺเภตฺวา กายสงฺขาเร วิหรามิ, โสหํ สมาธึ นปฺปฏิลภามิ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, ตํ สมาธึ อปฺปฏิลภโต เอวํ โหติ – ‘โน จสฺสาหํ ปริหายามี’’’ติ. ‘‘เย เต, อสฺสชิ, สมณพฺราหฺมณา สมาธิสารกา สมาธิสามญฺญา เตสํ ตํ สมาธึ อปฺปฏิลภตํ เอวํ โหติ – ‘โน จสฺสุ มยํ ปริหายามา’’’ติ.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อสฺสชิ, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’’ติ? ‘‘อนิจฺจํ, ภนฺเต’’…เป… วิญฺญาณํ …เป… ตสฺมาติห…เป… เอวํ ปสฺสํ…เป… นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตีติ. โส สุขํ เจ เวทนํ เวทยติ [เวทิยติ (สี. ปี.)], สา ‘อนิจฺจา’ติ ปชานาติ. ‘อนชฺโฌสิตา’ติ ปชานาติ. ‘อนภินนฺทิตา’ติ ปชานาติ. ทุกฺขํ เจ เวทนํ เวทยติ, สา ‘อนิจฺจา’ติ ปชานาติ. ‘อนชฺโฌสิตา’ติ ปชานาติ. ‘อนภินนฺทิตา’ติ ปชานาติ. อทุกฺขมสุขํ เจ เวทนํ เวทยติ, สา ‘อนิจฺจา’ติ ปชานาติ…เป… ‘อนภินนฺทิตา’ติ ปชานาติ. โส สุขํ เจ เวทนํ เวทยติ, วิสํยุตฺโต นํ เวทยติ; ทุกฺขํ เจ เวทนํ เวทยติ, วิสํยุตฺโต นํ เวทยติ; อทุกฺขมสุขํ เจ เวทนํ เวทยติ, วิสํยุตฺโต นํ เวทยติ. โส กายปริยนฺติกํ เจ เวทนํ เวทยมาโน ‘กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ชีวิตปริยนฺติกํ เจ เวทนํ เวทยมาโน ‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ‘กายสฺส เภทา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีตีภวิสฺสนฺตี’ติ ปชานาติ.
‘‘เสยฺยถาปิ, อสฺสชิ, เตลญฺจ ปฏิจฺจ, วฏฺฏิญฺจ ปฏิจฺจ, เตลปฺปทีโป ฌาเยยฺย; ตสฺเสว เตลสฺส จ วฏฺฏิยา จ ปริยาทานา อนาหาโร นิพฺพาเยยฺย. เอวเมว โข, อสฺสชิ, ภิกฺขุ กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน ‘กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน ‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ‘กายสฺส เภทา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีตีภวิสฺสนฺตี’ติ ปชานาตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.