๓. ยมกสุตฺตํ

๘๕. เอกํ สมยํ อายสฺมา สาริปุตฺโต สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ยมกสฺส นาม ภิกฺขุโน เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ โหติ – ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’ติ.

อสฺโสสุํ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ยมกสฺส กิร นาม ภิกฺขุโน เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ โหติ – ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’ติ. อถ โข เต ภิกฺขู เยนายสฺมา ยมโก เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา ยมเกน สทฺธึ สมฺโมทึสุ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ ยมกํ เอตทโวจุํ –

‘‘สจฺจํ กิร เต, อาวุโส ยมก, เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ – ‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’’ติ? ‘‘เอวํ ขฺวาหํ, อาวุโส, ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ – ‘ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’’ติ.

‘‘มา, อาวุโส ยมก, เอวํ อวจ, มา ภควนฺตํ อพฺภาจิกฺขิ. น หิ สาธุ ภควโต อพฺภาจิกฺขนํ. น หิ ภควา เอวํ วเทยฺย – ‘ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’’ติ. เอวมฺปิ โข อายสฺมา ยมโก เตหิ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน ตเถว ตํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ ถามสา ปรามาสา อภินิวิสฺส โวหรติ – ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’ติ.

ยโต โข เต ภิกฺขู นาสกฺขึสุ อายสฺมนฺตํ ยมกํ เอตสฺมา ปาปกา ทิฏฺฐิคตา วิเวเจตุํ, อถ โข เต ภิกฺขู อุฏฺฐายาสนา เยนายสฺมา สาริปุตฺโต เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘ยมกสฺส นาม, อาวุโส สาริปุตฺต, ภิกฺขุโน เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ – ‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ ยถา ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’ติ. สาธายสฺมา สาริปุตฺโต เยน ยมโก ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ. อธิวาเสสิ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ตุณฺหีภาเวน. อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา ยมโก เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา ยมเกน สทฺธึ สมฺโมทิ…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สาริปุตฺโต อายสฺมนฺตํ ยมกํ เอตทโวจ –

‘‘สจฺจํ กิร เต, อาวุโส ยมก, เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ – ‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’’ติ? ‘‘เอวํ ขฺวาหํ, อาวุโส, ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’ติ.

‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส ยมก, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’’ติ? ‘‘อนิจฺจํ, อาวุโส’’. ‘‘เวทนา นิจฺจา… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’’ติ? ‘‘อนิจฺจํ, อาวุโส’’. ตสฺมาติห…เป… เอวํ ปสฺสํ…เป… นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตี’’ติ.

‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส ยมก, รูปํ ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’ … ‘‘เวทนํ ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’… ‘‘สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส ยมก, รูปสฺมึ ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’. ‘‘อญฺญตฺร รูปา ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’. ‘‘เวทนาย… อญฺญตฺร เวทนาย…เป… สญฺญาย… อญฺญตฺร สญฺญาย… สงฺขาเรสุ… อญฺญตฺร สงฺขาเรหิ… วิญฺญาณสฺมึ ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’. ‘‘อญฺญตฺร วิญฺญาณา ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส ยมก, รูปํ… เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส ยมก, อยํ โส อรูปี… อเวทโน… อสญฺญี… อสงฺขาโร… อวิญฺญาโณ ตถาคโตติ สมนุปสฺสสี’’ติ? ‘‘โน เหตํ, อาวุโส’’. ‘‘เอตฺถ จ เต, อาวุโส ยมก, ทิฏฺเฐว ธมฺเม สจฺจโต เถตโต [ตถโต (สฺยา. กํ.)] ตถาคเต อนุปลพฺภิยมาเน [ตถาคเต อนุปลพฺภมาเน (?)], กลฺลํ นุ เต ตํ เวยฺยากรณํ – ‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ขีณาสโว ภิกฺขุ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณา’’’ติ?

‘‘อหุ โข เม ตํ, อาวุโส สาริปุตฺต, ปุพฺเพ อวิทฺทสุโน ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ; อิทญฺจ ปนายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ตญฺเจว ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ ปหีนํ, ธมฺโม จ เม อภิสมิโต’’ติ.

‘‘สเจ ตํ, อาวุโส ยมก, เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ – ‘โย โส, อาวุโส ยมก, ภิกฺขุ อรหํ ขีณาสโว โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา กึ โหตี’ติ? เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ, อาวุโส ยมก, กินฺติ พฺยากเรยฺยาสี’’ติ? ‘‘สเจ มํ, อาวุโส, เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ – ‘โย โส, อาวุโส ยมก, ภิกฺขุ อรหํ ขีณาสโว โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา กึ โหตี’ติ? เอวํ ปุฏฺโฐหํ, อาวุโส, เอวํ พฺยากเรยฺยํ – ‘รูปํ โข, อาวุโส, อนิจฺจํ. ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ; ยํ ทุกฺขํ ตํ นิรุทฺธํ ตทตฺถงฺคตํ. เวทนา… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณํ อนิจฺจํ. ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ; ยํ ทุกฺขํ ตํ นิรุทฺธํ ตทตฺถงฺคต’นฺติ. เอวํ ปุฏฺโฐหํ, อาวุโส, เอวํ พฺยากเรยฺย’’นฺติ.

‘‘สาธุ สาธุ, อาวุโส ยมก! เตน หาวุโส, ยมก, อุปมํ เต กริสฺสามิ เอตสฺเสว อตฺถสฺส ภิยฺโยโสมตฺตาย ญาณาย. เสยฺยถาปิ, อาวุโส ยมก, คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค; โส จ อารกฺขสมฺปนฺโน. ตสฺส โกจิเทว ปุริโส อุปฺปชฺเชยฺย อนตฺถกาโม อหิตกาโม อโยคกฺเขมกาโม ชีวิตา โวโรเปตุกาโม. ตสฺส เอวมสฺส – ‘อยํ โข คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค; โส จ อารกฺขสมฺปนฺโน; นายํ [น หายํ (สฺยา. กํ.)] สุกโร ปสยฺห ชีวิตา โวโรเปตุํ. ยํนูนาหํ อนุปขชฺช ชีวิตา โวโรเปยฺย’นฺติ. โส ตํ คหปตึ วา คหปติปุตฺตํ วา อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทยฺย – ‘อุปฏฺฐเหยฺยํ ตํ, ภนฺเต’ติ. ตเมนํ โส คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา อุปฏฺฐาเปยฺย. โส อุปฏฺฐเหยฺย ปุพฺพุฏฺฐายี ปจฺฉานิปาตี กึการปฏิสฺสาวี มนาปจารี ปิยวาที. ตสฺส โส คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา มิตฺตโตปิ นํ สทฺทเหยฺย [ทเหยฺย (สฺยา. กํ. ปี. ก.)]; สุหชฺชโตปิ นํ สทฺทเหยฺย; ตสฺมิญฺจ วิสฺสาสํ อาปชฺเชยฺย. ยทา โข, อาวุโส, ตสฺส ปุริสสฺส เอวมสฺส – ‘สํวิสฺสตฺโถ โข มฺยายํ คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา’ติ, อถ นํ รโหคตํ วิทิตฺวา ติเณฺหน สตฺเถน ชีวิตา โวโรเปยฺย.

‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส ยมก, ยทา หิ โส ปุริโส อมุํ คหปตึ วา คหปติปุตฺตํ วา อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ อาห – ‘อุปฏฺฐเหยฺยํ ตํ, ภนฺเต’ติ, ตทาปิ โส วธโกว. วธกญฺจ ปน สนฺตํ น อญฺญาสิ – ‘วธโก เม’ติ. ยทาปิ โส อุปฏฺฐหติ ปุพฺพุฏฺฐายี ปจฺฉานิปาตี กึการปฏิสฺสาวี มนาปจารี ปิยวาที, ตทาปิ โส วธโกว. วธกญฺจ ปน สนฺตํ น อญฺญาสิ – ‘วธโก เม’ติ. ยทาปิ นํ รโหคตํ วิทิตฺวา ติเณฺหน สตฺเถน ชีวิตา โวโรเปติ, ตทาปิ โส วธโกว. วธกญฺจ ปน สนฺตํ น อญฺญาสิ – ‘วธโก เม’’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, อาวุโส, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท อริยธมฺเม อวินีโต, สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ; อตฺตนิ วา รูปํ, รูปสฺมึ วา อตฺตานํ. เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ; อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ’’.

‘‘โส อนิจฺจํ รูปํ ‘อนิจฺจํ รูป’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. อนิจฺจํ เวทนํ ‘อนิจฺจา เวทนา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. อนิจฺจํ สญฺญํ ‘อนิจฺจา สญฺญา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. อนิจฺเจ สงฺขาเร ‘อนิจฺจา สงฺขารา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. อนิจฺจํ วิญฺญาณํ ‘อนิจฺจํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ.

‘‘ทุกฺขํ รูปํ ‘ทุกฺขํ รูป’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ทุกฺขํ เวทนํ… ทุกฺขํ สญฺญํ… ทุกฺเข สงฺขาเร… ทุกฺขํ วิญฺญาณํ ‘ทุกฺขํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ.

‘‘อนตฺตํ รูปํ ‘อนตฺตา รูป’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. อนตฺตํ เวทนํ… อนตฺตํ สญฺญํ… อนตฺเต สงฺขาเร… อนตฺตํ วิญฺญาณํ ‘อนตฺตํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ.

‘‘สงฺขตํ รูปํ ‘สงฺขตํ รูป’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. สงฺขตํ เวทนํ… สงฺขตํ สญฺญํ… สงฺขเต สงฺขาเร… สงฺขตํ วิญฺญาณํ ‘สงฺขตํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ.

‘‘วธกํ รูปํ ‘วธกํ รูป’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. วธกํ เวทนํ ‘วธกา เวทนา’ติ… วธกํ สญฺญํ ‘วธกา สญฺญา’ติ… วธเก สงฺขาเร ‘วธกา สงฺขารา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. วธกํ วิญฺญาณํ ‘วธกํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ.

‘‘โส รูปํ อุเปติ อุปาทิยติ อธิฏฺฐาติ ‘อตฺตา เม’ติ. เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อุเปติ อุปาทิยติ อธิฏฺฐาติ ‘อตฺตา เม’ติ. ตสฺสิเม ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา อุเปตา อุปาทินฺนา ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ.

‘‘สุตวา จ โข, อาวุโส, อริยสาวโก อริยานํ ทสฺสาวี…เป… สปฺปุริสธมฺเม สุวินีโต น รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, น รูปวนฺตํ อตฺตานํ; น อตฺตนิ รูปํ, น รูปสฺมึ อตฺตานํ. น เวทนํ… น สญฺญํ… น สงฺขาเร… น วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, น วิญฺญาณวนฺตํ อตฺตานํ; น อตฺตนิ วิญฺญาณํ, น วิญฺญาณสฺมึ อตฺตานํ.

‘‘โส อนิจฺจํ รูปํ ‘อนิจฺจํ รูป’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อนิจฺจํ เวทนํ … อนิจฺจํ สญฺญํ… อนิจฺเจ สงฺขาเร … อนิจฺจํ วิญฺญาณํ ‘อนิจฺจํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ.

‘‘ทุกฺขํ รูปํ ‘ทุกฺขํ รูป’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ. ทุกฺขํ เวทนํ… ทุกฺขํ สญฺญํ… ทุกฺเข สงฺขาเร… ทุกฺขํ วิญฺญาณํ ‘ทุกฺขํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ.

‘‘อนตฺตํ รูปํ ‘อนตฺตา รูป’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อนตฺตํ เวทนํ… อนตฺตํ สญฺญํ… อนตฺเต สงฺขาเร… อนตฺตํ วิญฺญาณํ ‘อนตฺตา วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ.

‘‘สงฺขตํ รูปํ ‘สงฺขตํ รูป’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ. สงฺขตํ เวทนํ… สงฺขตํ สญฺญํ… สงฺขเต สงฺขาเร… สงฺขตํ วิญฺญาณํ ‘สงฺขตํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ.

‘‘วธกํ รูปํ ‘วธกํ รูป’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ. วธกํ เวทนํ… วธกํ สญฺญํ… วธเก สงฺขาเร ‘‘วธกา สงฺขารา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. วธกํ วิญฺญาณํ ‘วธกํ วิญฺญาณ’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ.

‘‘โส รูปํ น อุเปติ, น อุปาทิยติ, นาธิฏฺฐาติ – ‘อตฺตา เม’ติ. เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ น อุเปติ, น อุปาทิยติ, นาธิฏฺฐาติ – ‘อตฺตา เม’ติ. ตสฺสิเม ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา อนุเปตา อนุปาทินฺนา ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. ‘‘เอวเมตํ, อาวุโส สาริปุตฺต, โหติ เยสํ อายสฺมนฺตานํ ตาทิสา สพฺรหฺมจาริโน อนุกมฺปกา อตฺถกามา โอวาทกา อนุสาสกา. อิทญฺจ ปน เม อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุตฺต’’นฺติ. ตติยํ.