๔. อรหนฺตสุตฺตํ

๗๖. สาวตฺถินิทานํ. ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ. ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ; ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา; ยทนตฺตา ตํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพํ. เวทนา… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณํ อนิจฺจํ. ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ; ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา; ยทนตฺตา ตํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพํ’’.

‘‘เอวํ ปสฺสํ, ภิกฺขเว, สุตวา อริยสาวโก รูปสฺมิมฺปิ นิพฺพินฺทติ, เวทนายปิ… สญฺญายปิ… สงฺขาเรสุปิ… วิญฺญาณสฺมิมฺปิ นิพฺพินฺทติ. นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ; วิราคา วิมุจฺจติ. วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหติ. ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’ติ ปชานาติ. ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตาวาสา, ยาวตา ภวคฺคํ, เอเต อคฺคา, เอเต เสฏฺฐา โลกสฺมึ ยทิทํ อรหนฺโต’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘‘สุขิโน วต อรหนฺโต, ตณฺหา เตสํ น วิชฺชติ;

อสฺมิมาโน สมุจฺฉินฺโน, โมหชาลํ ปทาลิตํ.

‘‘อเนชํ เต อนุปฺปตฺตา, จิตฺตํ เตสํ อนาวิลํ;

โลเก อนุปลิตฺตา เต, พฺรหฺมภูตา อนาสวา.

‘‘ปญฺจกฺขนฺเธ ปริญฺญาย, สตฺต สทฺธมฺมโคจรา;

ปสํสิยา สปฺปุริสา, ปุตฺตา พุทฺธสฺส โอรสา.

‘‘สตฺตรตนสมฺปนฺนา, ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขิตา;

อนุวิจรนฺติ มหาวีรา, ปหีนภยเภรวา.

‘‘ทสหงฺเคหิ สมฺปนฺนา, มหานาคา สมาหิตา;

เอเต โข เสฏฺฐา โลกสฺมึ, ตณฺหา เตสํ น วิชฺชติ.

‘‘อเสขญาณมุปฺปนฺนํ, อนฺติโมยํ [อนฺติมสฺส (ก.)] สมุสฺสโย;

โย สาโร พฺรหฺมจริยสฺส, ตสฺมึ อปรปจฺจยา.

‘‘วิธาสุ น วิกมฺปนฺติ, วิปฺปมุตฺตา ปุนพฺภวา;

ทนฺตภูมิมนุปฺปตฺตา, เต โลเก วิชิตาวิโน.

‘‘อุทฺธํ ติริยํ อปาจีนํ, นนฺที เตสํ น วิชฺชติ;

นทนฺติ เต สีหนาทํ, พุทฺธา โลเก อนุตฺตรา’’ติ. จตุตฺถํ;