๑๓. ทุติยกปฺปสุตฺตํ
๑๒๕. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา กปฺโป ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กถํ นุ โข, ภนฺเต, ชานโต กถํ ปสฺสโต อิมสฺมิญฺจ สวิญฺญาณเก กาเย พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตสุ อหงฺการมมงฺการมานาปคตํ มานสํ โหติ วิธา สมติกฺกนฺตํ สนฺตํ สุวิมุตฺต’’นฺติ?
‘‘ยํ กิญฺจิ, กปฺป, รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ…เป… สพฺพํ รูปํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อนุปาทาวิมุตฺโต โหติ. ยา กาจิ เวทนา… ยา กาจิ สญฺญา… เย เกจิ สงฺขารา… ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา หีนํ วา ปณีตํ วา ยํ ทูเร สนฺติเก วา, สพฺพํ วิญฺญาณํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อนุปาทาวิมุตฺโต โหติ. เอวํ โข, กปฺป, ชานโต เอวํ ปสฺสโต อิมสฺมิญฺจ สวิญฺญาณเก กาเย พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตสุ อหงฺการมมงฺการมานาปคตํ มานสํ โหติ วิธา สมติกฺกนฺตํ สนฺตํ สุวิมุตฺต’’นฺติ. เตรสมํ.
ธมฺมกถิกวคฺโค ทฺวาทสโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
อวิชฺชา วิชฺชา เทฺว กถิกา, พนฺธนา ปริปุจฺฉิตา ทุเว;
สํโยชนํ อุปาทานํ, สีลํ สุตวา เทฺว จ กปฺเปนาติ.