๑๐. อุปสฺสยสุตฺตํ
๑๕๓. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากสฺสโป สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยนายสฺมา มหากสฺสโป เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ เอตทโวจ – ‘‘อายาม, ภนฺเต กสฺสป, เยน อญฺญตโร ภิกฺขุนุปสฺสโย เตนุปสงฺกมิสฺสามา’’ติ. ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, อาวุโส อานนฺท, พหุกิจฺโจ ตฺวํ พหุกรณีโย’’ติ. ทุติยมฺปิ โข อายสฺมา อานนฺโท อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ เอตทโวจ – ‘‘อายาม, ภนฺเต กสฺสป, เยน อญฺญตโร ภิกฺขุนุปสฺสโย เตนุปสงฺกมิสฺสามา’’ติ. ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, อาวุโส อานนฺท, พหุกิจฺโจ ตฺวํ พหุกรณีโย’’ติ. ตติยมฺปิ โข อายสฺมา อานนฺโท อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ เอตทโวจ – ‘‘อายาม, ภนฺเต กสฺสป, เยน อญฺญตโร ภิกฺขุนุปสฺสโย เตนุปสงฺกมิสฺสามา’’ติ.
อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อายสฺมตา อานนฺเทน ปจฺฉาสมเณน เยน อญฺญตโร ภิกฺขุนุปสฺสโย เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย เยนายสฺมา มหากสฺสโป เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข ตา ภิกฺขุนิโย อายสฺมา มหากสฺสโป ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป ตา ภิกฺขุนิโย ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ.
อถ โข ถุลฺลติสฺสา ภิกฺขุนี อนตฺตมนา อนตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรสิ – ‘‘กึ ปน อยฺโย มหากสฺสโป, อยฺยสฺส อานนฺทสฺส เวเทหมุนิโน สมฺมุขา ธมฺมํ ภาสิตพฺพํ มญฺญติ? เสยฺยถาปิ นาม สูจิวาณิชโก สูจิการสฺส สนฺติเก สูจึ วิกฺเกตพฺพํ มญฺเญยฺย; เอวเมว อยฺโย มหากสฺสโป อยฺยสฺส อานนฺทสฺส เวเทหมุนิโน สมฺมุขา ธมฺมํ ภาสิตพฺพํ มญฺญตี’’ติ.
อสฺโสสิ โข อายสฺมา มหากสฺสโป ถุลฺลติสฺสาย ภิกฺขุนิยา อิมํ วาจํ ภาสมานาย. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส อานนฺท, อหํ สูจิวาณิชโก, ตฺวํ สูจิกาโร; อุทาหุ อหํ สูจิกาโร, ตฺวํ สูจิวาณิชโก’’ติ? ‘‘ขม, ภนฺเต กสฺสป, พาโล มาตุคาโม’’ติ. ‘‘อาคเมหิ ตฺวํ, อาวุโส อานนฺท, มา เต สงฺโฆ อุตฺตริ อุปปริกฺขิ’’.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส อานนฺท, อปิ นุ ตฺวํ ภควโต สมฺมุขา ภิกฺขุสงฺเฆ อุปนีโต – ‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเทว อากงฺขามิ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. อานนฺโทปิ, ภิกฺขเว, ยาวเทว อากงฺขติ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’.
‘‘อหํ โข, อาวุโส, ภควโต สมฺมุขา ภิกฺขุสงฺเฆ อุปนีโต – ‘อหํ, ภิกฺขเว, ยาวเทว อากงฺขามิ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, ยาวเทว อากงฺขติ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’ติ…เป…. (นวนฺนํ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีนํ ปญฺจนฺนญฺจ อภิญฺญานํ เอวํ วิตฺถาโร เวทิตพฺโพ.)
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส อานนฺท, อปิ นุ ตฺวํ ภควโต สมฺมุขา ภิกฺขุสงฺเฆ อุปนีโต – ‘อหํ, ภิกฺขเว, อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. อานนฺโทปิ, ภิกฺขเว, อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’.
‘‘อหํ โข, อาวุโส, ภควโต สมฺมุขา ภิกฺขุสงฺเฆ อุปนีโต – ‘อหํ, ภิกฺขเว, อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. กสฺสโปปิ, ภิกฺขเว, อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’’ติ.
‘‘สตฺตรตนํ วา, อาวุโส, นาคํ อฑฺฒฏฺฐมรตนํ วา ตาลปตฺติกาย ฉาเทตพฺพํ มญฺเญยฺย, โย เม ฉ อภิญฺญา ฉาเทตพฺพํ มญฺเญยฺยา’’ติ.
จวิตฺถ จ ปน ถุลฺลติสฺสา ภิกฺขุนี พฺรหฺมจริยมฺหาติ. ทสมํ.