๔. นวสุตฺตํ
๒๓๘. สาวตฺถิยํ วิหรติ. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร นโว ภิกฺขุ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต วิหารํ ปวิสิตฺวา อปฺโปสฺสุกฺโก ตุณฺหีภูโต สงฺกสายติ, น ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจํ กโรติ จีวรการสมเย. อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, อญฺญตโร นโว ภิกฺขุ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต วิหารํ ปวิสิตฺวา อปฺโปสฺสุกฺโก ตุณฺหีภูโต สงฺกสายติ, น ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจํ กโรติ จีวรการสมเย’’ติ.
อถ โข ภควา อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, มม วจเนน ตํ ภิกฺขุํ อามนฺเตหิ ‘สตฺถา ตํ, อาวุโส, อามนฺเตตี’’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘สตฺถา ตํ, อาวุโส, อามนฺเตตี’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข โส ภิกฺขุ ตสฺส ภิกฺขุโน ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ตํ ภิกฺขุํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต วิหารํ ปวิสิตฺวา อปฺโปสฺสุกฺโก ตุณฺหีภูโต สงฺกสายสิ, น ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจํ กโรสิ จีวรการสมเย’’ติ? ‘‘อหมฺปิ โข, ภนฺเต, สกํ กิจฺจํ กโรมี’’ติ.
อถ โข ภควา ตสฺส ภิกฺขุโน เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘มา โข ตุเมฺห, ภิกฺขเว, เอตสฺส ภิกฺขุโน อุชฺฌายิตฺถ. เอโส โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จตุนฺนํ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี, ยสฺส จตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ, ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ.
อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘‘นยิทํ สิถิลมารพฺภ, นยิทํ อปฺเปน ถามสา;
นิพฺพานํ อธิคนฺตพฺพํ, สพฺพทุกฺขปฺปโมจนํ.
‘‘อยญฺจ ทหโร ภิกฺขุ, อยมุตฺตมปุริโส;
ธาเรติ อนฺติมํ เทหํ, เชตฺวา มารํ สวาหินิ’’นฺติ. จตุตฺถํ;