๑๒. สหายกสุตฺตํ

๒๔๖. สาวตฺถิยํ วิหรติ. อถ โข เทฺว ภิกฺขู สหายกา อายสฺมโต มหากปฺปินสฺส สทฺธิวิหาริโน เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ. อทฺทสา โข ภควา เต ภิกฺขู ทูรโตว อาคจฺฉนฺเต. ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสถ โน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, เอเต ภิกฺขู สหายเก อาคจฺฉนฺเต กปฺปินสฺส สทฺธิวิหาริโน’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอเต โข เต ภิกฺขู มหิทฺธิกา มหานุภาวา. น จ สา สมาปตฺติ สุลภรูปา, ยา เตหิ ภิกฺขูหิ อสมาปนฺนปุพฺพา. ยสฺส จตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘‘สหายา วติเม ภิกฺขู, จิรรตฺตํ สเมติกา;

สเมติ เนสํ สทฺธมฺโม, ธมฺเม พุทฺธปฺปเวทิเต.

‘‘สุวินีตา กปฺปิเนน, ธมฺเม อริยปฺปเวทิเต;

ธาเรนฺติ อนฺติมํ เทหํ, เชตฺวา มารํ สวาหินิ’’นฺติ. ทฺวาทสมํ;

ภิกฺขุสํยุตฺตํ สมตฺตํ.