๓. สมณพฺราหฺมณสุตฺตํ
๑๓. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา ชรามรณํ นปฺปชานนฺติ, ชรามรณสมุทยํ นปฺปชานนฺติ, ชรามรณนิโรธํ นปฺปชานนฺติ, ชรามรณนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ; ชาตึ…เป… ภวํ… อุปาทานํ… ตณฺหํ… เวทนํ… ผสฺสํ… สฬายตนํ… นามรูปํ… วิญฺญาณํ… สงฺขาเร นปฺปชานนฺติ, สงฺขารสมุทยํ นปฺปชานนฺติ, สงฺขารนิโรธํ นปฺปชานนฺติ, สงฺขารนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ, น เม เต, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา; น จ ปน เต อายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถํ วา พฺรหฺมญฺญตฺถํ [พฺราหฺมญฺญตฺถํ (สฺยา. กํ.) โมคฺคลฺลานพฺยากรณํ โอโลเกตพฺพํ] วา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ.
‘‘เย จ โข เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา ชรามรณํ ปชานนฺติ, ชรามรณสมุทยํ ปชานนฺติ, ชรามรณนิโรธํ ปชานนฺติ, ชรามรณนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ปชานนฺติ; ชาตึ…เป… ภวํ… อุปาทานํ… ตณฺหํ… เวทนํ… ผสฺสํ… สฬายตนํ… นามรูปํ… วิญฺญาณํ… สงฺขาเร ปชานนฺติ, สงฺขารสมุทยํ ปชานนฺติ, สงฺขารนิโรธํ ปชานนฺติ, สงฺขารนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ปชานนฺติ, เต โข เม, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา; เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺรหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’’ติ. ตติยํ.