๙. วนสํยุตฺตํ
๑. วิเวกสุตฺตํ
๒๒๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ ทิวาวิหารคโต ปาปเก อกุสเล วิตกฺเก วิตกฺเกติ เคหนิสฺสิเต. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน อนุกมฺปิกา อตฺถกามา ตํ ภิกฺขุํ สํเวเชตุกามา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘วิเวกกาโมสิ วนํ ปวิฏฺโฐ,
อถ เต มโน นิจฺฉรตี พหิทฺธา;
ชโน ชนสฺมึ วินยสฺสุ ฉนฺทํ,
ตโต สุขี โหหิสิ วีตราโค.
‘‘อรตึ ปชหาสิ สโต, ภวาสิ สตํ ตํ สารยามเส;
ปาตาลรโช หิ ทุตฺตโร, มา ตํ กามรโช อวาหริ.
‘‘สกุโณ ยถา ปํสุกุนฺถิโต [ปํสุกุณฺฐิโต (ก.), ปํสุกุณฺฑิโต (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], วิธุนํ ปาตยติ สิตํ รชํ;
เอวํ ภิกฺขุ ปธานวา สติมา, วิธุนํ ปาตยติ สิตํ รช’’นฺติ.
อถ โข โส ภิกฺขุ ตาย เทวตาย สํเวชิโต สํเวคมาปาทีติ.
๒. อุปฏฺฐานสุตฺตํ
๒๒๒. เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ ทิวาวิหารคโต สุปติ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน อนุกมฺปิกา อตฺถกามา ตํ ภิกฺขุํ สํเวเชตุกามา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘อุฏฺเฐหิ ภิกฺขุ กึ เสสิ, โก อตฺโถ สุปิเตน [สุปิเนน (สี.)] เต;
อาตุรสฺส หิ กา นิทฺทา, สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโต.
‘‘ยาย สทฺธาย ปพฺพชิโต [ยาย สทฺธาปพฺพชิโต (สี. สฺยา. กํ.)], อคารสฺมานคาริยํ;
ตเมว สทฺธํ พฺรูเหหิ, มา นิทฺทาย วสํ คมี’’ติ.
‘‘อนิจฺจา อทฺธุวา กามา, เยสุ มนฺโทว มุจฺฉิโต;
พทฺเธสุ [ขนฺเธสุ (สี.)] มุตฺตํ อสิตํ, กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป.
‘‘ฉนฺทราคสฺส วินยา, อวิชฺชาสมติกฺกมา;
ตํ ญาณํ ปรโมทานํ [ปริโยทาตํ (สี. ปี.), ปรโมทาตํ (สฺยา. กํ.), ปรมโวทานํ (สี. อฏฺฐ.)], กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป.
‘‘เฉตฺวา [เภตฺวา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อวิชฺชํ วิชฺชาย, อาสวานํ ปริกฺขยา;
อโสกํ อนุปายาสํ, กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป.
‘‘อารทฺธวีริยํ ปหิตตฺตํ, นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมํ;
นิพฺพานํ อภิกงฺขนฺตํ, กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป’’ติ.
๓. กสฺสปโคตฺตสุตฺตํ
๒๒๓. เอกํ สมยํ อายสฺมา กสฺสปโคตฺโต โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา กสฺสปโคตฺโต ทิวาวิหารคโต อญฺญตรํ เฉตํ โอวทติ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา อายสฺมนฺตํ กสฺสปโคตฺตํ สํเวเชตุกามา เยนายสฺมา กสฺสปโคตฺโต เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ กสฺสปโคตฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘คิริทุคฺคจรํ เฉตํ, อปฺปปญฺญํ อเจตสํ;
อกาเล โอวทํ ภิกฺขุ, มนฺโทว ปฏิภาติ มํ.
‘‘สุณาติ น วิชานาติ, อาโลเกติ น ปสฺสติ;
ธมฺมสฺมึ ภญฺญมานสฺมึ, อตฺถํ พาโล น พุชฺฌติ.
‘‘สเจปิ ทส ปชฺโชเต, ธารยิสฺสสิ กสฺสป;
เนว ทกฺขติ รูปานิ, จกฺขุ หิสฺส น วิชฺชตี’’ติ.
อถ โข อายสฺมา กสฺสปโคตฺโต ตาย เทวตาย สํเวชิโต สํเวคมาปาทีติ.
๔. สมฺพหุลสุตฺตํ
๒๒๔. เอกํ สมยํ สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ วิหรนฺติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. อถ โข เต ภิกฺขู วสฺสํวุฏฺฐา [วสฺสํวุตฺถา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมึสุ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา เต ภิกฺขู อปสฺสนฺตี ปริเทวมานา ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘อรติ วิย เมชฺช ขายติ,
พหุเก ทิสฺวาน วิวิตฺเต อาสเน;
เต จิตฺตกถา พหุสฺสุตา,
โกเม โคตมสาวกา คตา’’ติ.
เอวํ วุตฺเต, อญฺญตรา เทวตา ตํ เทวตํ คาถาย ปจฺจภาสิ –
‘‘มาคธํ คตา โกสลํ คตา, เอกจฺจิยา ปน วชฺชิภูมิยา;
มคา วิย อสงฺคจาริโน, อนิเกตา วิหรนฺติ ภิกฺขโว’’ติ.
๕. อานนฺทสุตฺตํ
๒๒๕. เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อานนฺโท อติเวลํ คิหิสญฺญตฺติพหุโล วิหรติ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา อายสฺมโต อานนฺทสฺส อนุกมฺปิกา อตฺถกามา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ สํเวเชตุกามา เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘รุกฺขมูลคหนํ ปสกฺกิย, นิพฺพานํ หทยสฺมึ โอปิย;
ฌา โคตม มา ปมาโท [มา จ ปมาโท (สี. ปี.)], กึ เต พิฬิพิฬิกา กริสฺสตี’’ติ.
อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ตาย เทวตาย สํเวชิโต สํเวคมาปาทีติ.
๖. อนุรุทฺธสุตฺตํ
๒๒๖. เอกํ สมยํ อายสฺมา อนุรุทฺโธ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. อถ โข อญฺญตรา ตาวตึสกายิกา เทวตา ชาลินี นาม อายสฺมโต อนุรุทฺธสฺส ปุราณทุติยิกา เยนายสฺมา อนุรุทฺโธ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อนุรุทฺธํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘ตตฺถ จิตฺตํ ปณิเธหิ, ยตฺถ เต วุสิตํ ปุเร;
ตาวตึเสสุ เทเวสุ, สพฺพกามสมิทฺธิสุ;
ปุรกฺขโต ปริวุโต, เทวกญฺญาหิ โสภสี’’ติ.
‘‘ทุคฺคตา เทวกญฺญาโย, สกฺกายสฺมึ ปติฏฺฐิตา;
เต จาปิ ทุคฺคตา สตฺตา, เทวกญฺญาหิ ปตฺถิตา’’ติ.
‘‘น เต สุขํ ปชานนฺติ, เย น ปสฺสนฺติ นนฺทนํ;
อาวาสํ นรเทวานํ, ติทสานํ ยสสฺสิน’’นฺติ.
‘‘น ตฺวํ พาเล วิชานาสิ, ยถา อรหตํ วโจ;
อนิจฺจา สพฺพสงฺขารา, อุปฺปาทวยธมฺมิโน;
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, เตสํ วูปสโม สุโข.
‘‘นตฺถิ ทานิ ปุนาวาโส, เทวกายสฺมิ ชาลินิ;
วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ.
๗. นาคทตฺตสุตฺตํ
๒๒๗. เอกํ สมยํ อายสฺมา นาคทตฺโต โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา นาคทตฺโต อติกาเลน คามํ ปวิสติ, อติทิวา ปฏิกฺกมติ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา อายสฺมโต นาคทตฺตสฺส อนุกมฺปิกา อตฺถกามา อายสฺมนฺตํ นาคทตฺตํ สํเวเชตุกามา เยนายสฺมา นาคทตฺโต เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ นาคทตฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘กาเล ปวิส นาคทตฺต, ทิวา จ อาคนฺตฺวา อติเวลจารี;
สํสฏฺโฐ คหฏฺเฐหิ, สมานสุขทุกฺโข.
‘‘ภายามิ นาคทตฺตํ สุปฺปคพฺภํ, กุเลสุ วินิพทฺธํ;
มา เหว มจฺจุรญฺโญ พลวโต, อนฺตกสฺส วสํ อุเปสี’’ติ [วสเมยฺยาติ (สี. ปี.), วสเมสีติ (สฺยา. กํ.)].
อถ โข อายสฺมา นาคทตฺโต ตาย เทวตาย สํเวชิโต สํเวคมาปาทีติ.
๘. กุลฆรณีสุตฺตํ
๒๒๘. เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ อญฺญตรสฺมึ กุเล อติเวลํ อชฺโฌคาฬฺหปฺปตฺโต วิหรติ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน อนุกมฺปิกา อตฺถกามา ตํ ภิกฺขุํ สํเวเชตุกามา ยา ตสฺมึ กุเล กุลฆรณี, ตสฺสา วณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘นทีตีเรสุ สณฺฐาเน, สภาสุ รถิยาสุ จ;
ชนา สงฺคมฺม มนฺเตนฺติ, มญฺจ ตญฺจ [ตฺวญฺจ (ก.)] กิมนฺตร’’นฺติ.
‘‘พหูหิ สทฺทา ปจฺจูหา, ขมิตพฺพา ตปสฺสินา;
น เตน มงฺกุ โหตพฺพํ, น หิ เตน กิลิสฺสติ.
‘‘โย จ สทฺทปริตฺตาสี, วเน วาตมิโค ยถา;
ลหุจิตฺโตติ ตํ อาหุ, นาสฺส สมฺปชฺชเต วต’’นฺติ.
๙. วชฺชิปุตฺตสุตฺตํ
๒๒๙. เอกํ สมยํ อญฺญตโร วชฺชิปุตฺตโก ภิกฺขุ เวสาลิยํ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยํ วชฺชิปุตฺตโก สพฺพรตฺติจาโร โหติ. อถ โข โส ภิกฺขุ เวสาลิยา ตูริย-ตาฬิต-วาทิต-นิคฺโฆสสทฺทํ สุตฺวา ปริเทวมาโน ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘เอกกา มยํ อรญฺเญ วิหราม,
อปวิทฺธํว [อปวิฏฺฐํว (สฺยา. กํ.)] วนสฺมึ ทารุกํ;
เอตาทิสิกาย รตฺติยา,
โก สุ นามเมฺหหิ [นาม อเมฺหหิ (สี. ปี.)] ปาปิโย’’ติ.
อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน อนุกมฺปิกา อตฺถกามา ตํ ภิกฺขุํ สํเวเชตุกามา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘เอกโกว ตฺวํ อรญฺเญ วิหรสิ, อปวิทฺธํว วนสฺมึ ทารุกํ;
ตสฺส เต พหุกา ปิหยนฺติ, เนรยิกา วิย สคฺคคามิน’’นฺติ.
อถ โข โส ภิกฺขุ ตาย เทวตาย สํเวชิโต สํเวคมาปาทีติ.
๑๐. สชฺฌายสุตฺตํ
๒๓๐. เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ ยํ สุทํ ปุพฺเพ อติเวลํ สชฺฌายพหุโล วิหรติ โส อปเรน สมเยน อปฺโปสฺสุกฺโก ตุณฺหีภูโต สงฺกสายติ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน ธมฺมํ อสุณนฺตี เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กสฺมา ตุวํ ธมฺมปทานิ ภิกฺขุ, นาธียสิ ภิกฺขูหิ สํวสนฺโต;
สุตฺวาน ธมฺมํ ลภติปฺปสาทํ, ทิฏฺเฐว ธมฺเม ลภติปฺปสํส’’นฺติ.
‘‘อหุ ปุเร ธมฺมปเทสุ ฉนฺโท, ยาว วิราเคน สมาคมิมฺห;
ยโต วิราเคน สมาคมิมฺห, ยํ กิญฺจิ ทิฏฺฐํว สุตํ มุตํ วา;
อญฺญาย นิกฺเขปนมาหุ สนฺโต’’ติ.
๑๑. อกุสลวิตกฺกสุตฺตํ
๒๓๑. เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ ทิวาวิหารคโต ปาปเก อกุสเล วิตกฺเก วิตกฺเกติ, เสยฺยถิทํ – กามวิตกฺกํ, พฺยาปาทวิตกฺกํ, วิหึสาวิตกฺกํ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน อนุกมฺปิกา อตฺถกามา ตํ ภิกฺขุํ สํเวเชตุกามา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘อโยนิโส มนสิการา, โส วิตกฺเกหิ ขชฺชสิ;
อโยนิโส [อโยนึ (ปี. ก.)] ปฏินิสฺสชฺช, โยนิโส อนุจินฺตย.
‘‘สตฺถารํ ธมฺมมารพฺภ, สงฺฆํ สีลานิ อตฺตโน;
อธิคจฺฉสิ ปาโมชฺชํ, ปีติสุขมสํสยํ;
ตโต ปาโมชฺชพหุโล, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสสี’’ติ.
อถ โข โส ภิกฺขุ ตาย เทวตาย สํเวชิโต สํเวคมาปาทีติ.
๑๒. มชฺฌนฺหิกสุตฺตํ
๒๓๒. เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. อถ โข ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ฐิเต มชฺฌนฺหิเก กาเล, สนฺนิสีเวสุ [สนฺนิสินฺเนสุ (สฺยา. กํ. ปี.)] ปกฺขิสุ;
สณเตว พฺรหารญฺญํ, ตํ ภยํ ปฏิภาติ มํ.
‘‘ฐิเต มชฺฌนฺหิเก กาเล, สนฺนิสีเวสุ ปกฺขิสุ;
สณเตว พฺรหารญฺญํ, สา รติ ปฏิภาติ ม’’นฺติ.
๑๓. ปากตินฺทฺริยสุตฺตํ
๒๓๓. เอกํ สมยํ สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ วิหรนฺติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา มุฏฺฐสฺสติโน อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ปากตินฺทฺริยา. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา เตสํ ภิกฺขูนํ อนุกมฺปิกา อตฺถกามา เต ภิกฺขู สํเวเชตุกามา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘สุขชีวิโน ปุเร อาสุํ, ภิกฺขู โคตมสาวกา;
อนิจฺฉา ปิณฺฑเมสนา, อนิจฺฉา สยนาสนํ;
โลเก อนิจฺจตํ ญตฺวา, ทุกฺขสฺสนฺตํ อกํสุ เต.
‘‘ทุปฺโปสํ กตฺวา อตฺตานํ, คาเม คามณิกา วิย;
ภุตฺวา ภุตฺวา นิปชฺชนฺติ, ปราคาเรสุ มุจฺฉิตา.
‘‘สงฺฆสฺส อญฺชลึ กตฺวา, อิเธกจฺเจ วทามหํ;
อปวิทฺธา [อปวิฏฺฐา (สฺยา. กํ.)] อนาถา เต, ยถา เปตา ตเถว เต.
‘‘เย โข ปมตฺตา วิหรนฺติ, เต เม สนฺธาย ภาสิตํ;
เย อปฺปมตฺตา วิหรนฺติ, นโม เตสํ กโรมห’’นฺติ.
อถ โข เต ภิกฺขู ตาย เทวตาย สํเวชิตา สํเวคมาปาทุนฺติ.
๑๔. คนฺธตฺเถนสุตฺตํ
๒๓๔. เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต โปกฺขรณึ โอคาเหตฺวา ปทุมํ อุปสิงฺฆติ. อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน อนุกมฺปิกา อตฺถกามา ตํ ภิกฺขุํ สํเวเชตุกามา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘ยเมตํ วาริชํ ปุปฺผํ, อทินฺนํ อุปสิงฺฆสิ;
เอกงฺคเมตํ เถยฺยานํ, คนฺธตฺเถโนสิ มาริสา’’ติ.
‘‘น หรามิ น ภญฺชามิ, อารา สิงฺฆามิ วาริชํ;
อถ เกน นุ วณฺเณน, คนฺธตฺเถโนติ วุจฺจติ.
‘‘ยฺวายํ ภิสานิ ขนติ, ปุณฺฑรีกานิ ภญฺชติ;
เอวํ อากิณฺณกมฺมนฺโต, กสฺมา เอโส น วุจฺจตี’’ติ.
‘‘อากิณฺณลุทฺโท ปุริโส, ธาติเจลํว มกฺขิโต;
ตสฺมึ เม วจนํ นตฺถิ, ตฺวญฺจารหามิ วตฺตเว.
‘‘อนงฺคณสฺส โปสสฺส, นิจฺจํ สุจิคเวสิโน;
วาลคฺคมตฺตํ ปาปสฺส, อพฺภามตฺตํว ขายตี’’ติ.
‘‘อทฺธา มํ ยกฺข ชานาสิ, อโถ เม อนุกมฺปสิ;
ปุนปิ ยกฺข วชฺชาสิ, ยทา ปสฺสสิ เอทิส’’นฺติ.
‘‘เนว ตํ อุปชีวาม, นปิ เต ภตกามฺหเส;
ตฺวเมว ภิกฺขุ ชาเนยฺย, เยน คจฺเฉยฺย สุคฺคติ’’นฺติ.
อถ โข โส ภิกฺขุ ตาย เทวตาย สํเวชิโต สํเวคมาปาทีติ.
วนสํยุตฺตํ สมตฺตํ.