๔. อานนฺทสุตฺตํ

๒๑๒. เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ อายสฺมตา วงฺคีเสน ปจฺฉาสมเณน. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต วงฺคีสสฺส อนภิรติ อุปฺปนฺนา โหติ, ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ. อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘กามราเคน ฑยฺหามิ, จิตฺตํ เม ปริฑยฺหติ;

สาธุ นิพฺพาปนํ พฺรูหิ, อนุกมฺปาย โคตมา’’ติ.

‘‘สญฺญาย วิปริเยสา, จิตฺตํ เต ปริฑยฺหติ;

นิมิตฺตํ ปริวชฺเชหิ, สุภํ ราคูปสํหิตํ.

‘‘สงฺขาเร ปรโต ปสฺส, ทุกฺขโต มา จ อตฺตโต;

นิพฺพาเปหิ มหาราคํ, มา ฑยฺหิตฺโถ ปุนปฺปุนํ.

‘‘อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ;

สติ กายคตา ตฺยตฺถุ, นิพฺพิทาพหุโล ภว.

‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ, มานานุสยมุชฺชห;

ตโต มานาภิสมยา, อุปสนฺโต จริสฺสสี’’ติ.