๓. เทวหิตสุตฺตํ

๑๙๙. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ภควา วาเตหาพาธิโก โหติ; อายสฺมา จ อุปวาโณ ภควโต อุปฏฺฐาโก โหติ. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อุปวาณํ อามนฺเตสิ – ‘‘อิงฺฆ เม ตฺวํ, อุปวาณ, อุโณฺหทกํ ชานาหี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข อายสฺมา อุปวาโณ ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน เทวหิตสฺส พฺราหฺมณสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตุณฺหีภูโต เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อทฺทสา โข เทวหิโต พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ อุปวาณํ ตุณฺหีภูตํ เอกมนฺตํ ฐิตํ. ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ อุปวาณํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘ตุณฺหีภูโต ภวํ ติฏฺฐํ, มุณฺโฑ สงฺฆาฏิปารุโต;

กึ ปตฺถยาโน กึ เอสํ, กึ นุ ยาจิตุมาคโต’’ติ.

‘‘อรหํ สุคโต โลเก, วาเตหาพาธิโก มุนิ;

สเจ อุโณฺหทกํ อตฺถิ, มุนิโน เทหิ พฺราหฺมณ.

‘‘ปูชิโต ปูชเนยฺยานํ, สกฺกเรยฺยาน สกฺกโต;

อปจิโต อปเจยฺยานํ [อปจิเนยฺยานํ (สี. สฺยา. กํ.) ฏีกา โอโลเกตพฺพา], ตสฺส อิจฺฉามิ หาตเว’’ติ.

อถ โข เทวหิโต พฺราหฺมโณ อุโณฺหทกสฺส กาชํ ปุริเสน คาหาเปตฺวา ผาณิตสฺส จ ปุฏํ อายสฺมโต อุปวาณสฺส ปาทาสิ. อถ โข อายสฺมา อุปวาโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อุโณฺหทเกน นฺหาเปตฺวา [นหาเปตฺวา (สี. ปี.)] อุโณฺหทเกน ผาณิตํ อาโลเลตฺวา ภควโต ปาทาสิ. อถ โข ภควโต อาพาโธ ปฏิปฺปสฺสมฺภิ.

อถ โข เทวหิโต พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข เทวหิโต พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘กตฺถ ทชฺชา เทยฺยธมฺมํ, กตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ;

กถญฺหิ ยชมานสฺส, กถํ อิชฺฌติ ทกฺขิณา’’ติ.

‘‘ปุพฺเพนิวาสํ โย เวที, สคฺคาปายญฺจ ปสฺสติ;

อโถ ชาติกฺขยํ ปตฺโต, อภิญฺญาโวสิโต มุนิ.

‘‘เอตฺถ ทชฺชา เทยฺยธมฺมํ, เอตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ;

เอวญฺหิ ยชมานสฺส, เอวํ อิชฺฌติ ทกฺขิณา’’ติ.

เอวํ วุตฺเต, เทวหิโต พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม…เป… อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ.