๒. ทุติยวคฺโค
๑. สนงฺกุมารสุตฺตํ
๑๘๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ สปฺปินีตีเร. อถ โข พฺรหฺมา สนงฺกุมาโร อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ สปฺปินีตีรํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข พฺรหฺมา สนงฺกุมาโร ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ขตฺติโย เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ, เย โคตฺตปฏิสาริโน;
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน, โส เสฏฺโฐ เทวมานุเส’’ติ.
อิทมโวจ พฺรหฺมา สนงฺกุมาโร. สมนุญฺโญ สตฺถา อโหสิ. อถ โข พฺรหฺมา สนงฺกุมาโร ‘‘สมนุญฺโญ เม สตฺถา’’ติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๒. เทวทตฺตสุตฺตํ
๑๘๓. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต อจิรปกฺกนฺเต เทวทตฺเต. อถ โข พฺรหฺมา สหมฺปติ อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ คิชฺฌกูฏํ ปพฺพตํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข พฺรหฺมา สหมฺปติ เทวทตฺตํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ผลํ เว กทลึ หนฺติ, ผลํ เวฬุํ ผลํ นฬํ;
สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ, คพฺโภ อสฺสตรึ ยถา’’ติ.
๓. อนฺธกวินฺทสุตฺตํ
๑๘๔. เอกํ สมยํ ภควา มาคเธสุ วิหรติ อนฺธกวินฺเท. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺตนฺธการติมิสายํ อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหติ, เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ. อถ โข พฺรหฺมา สหมฺปติ อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ อนฺธกวินฺทํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข พฺรหฺมา สหมฺปติ ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ,
จเรยฺย สํโยชนวิปฺปโมกฺขา;
สเจ รตึ นาธิคจฺเฉยฺย ตตฺถ,
สงฺเฆ วเส รกฺขิตตฺโต สตีมา.
‘‘กุลากุลํ ปิณฺฑิกาย จรนฺโต,
อินฺทฺริยคุตฺโต นิปโก สตีมา;
เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ,
ภยา ปมุตฺโต อภเย วิมุตฺโต.
‘‘ยตฺถ เภรวา สรีสปา [สิรึ สปา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)],
วิชฺชุ สญฺจรติ ถนยติ เทโว;
อนฺธการติมิสาย รตฺติยา,
นิสีทิ ตตฺถ ภิกฺขุ วิคตโลมหํโส.
‘‘อิทญฺหิ ชาตุ เม ทิฏฺฐํ, นยิทํ อิติหีติหํ;
เอกสฺมึ พฺรหฺมจริยสฺมึ, สหสฺสํ มจฺจุหายินํ.
‘‘ภิยฺโย [ภีโย (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปญฺจสตา เสกฺขา, ทสา จ ทสธา ทส;
สพฺเพ โสตสมาปนฺนา, อติรจฺฉานคามิโน.
‘‘อถายํ [อตฺถายํ-อิติปิ ที. นิ. ๒.๒๙๐] อิตรา ปชา, ปุญฺญภาคาติ เม มโน;
สงฺขาตุํ โนปิ สกฺโกมิ, มุสาวาทสฺส โอตฺตป’’นฺติ [โอตฺตเปติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.), โอตฺตปฺเปติ (ก.)].
๔. อรุณวตีสุตฺตํ
๑๘๕. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, ราชา อโหสิ อรุณวา นาม. รญฺโญ โข ปน, ภิกฺขเว, อรุณวโต อรุณวตี นาม ราชธานี อโหสิ. อรุณวตึ โข ปน, ภิกฺขเว, ราชธานึ [อรุณวติยํ โข ปน ภิกฺขเว ราชธานิยํ (ปี. ก.)] สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปนิสฺสาย วิหาสิ. สิขิสฺส โข ปน, ภิกฺขเว, ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อภิภูสมฺภวํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ. อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อภิภุํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘อายาม, พฺราหฺมณ, เยน อญฺญตโร พฺรหฺมโลโก เตนุปสงฺกมิสฺสาม, ยาว ภตฺตสฺส กาโล ภวิสฺสตี’ติ. ‘เอวํ, ภนฺเต’ติ โข ภิกฺขเว, อภิภู ภิกฺขุ สิขิสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปจฺจสฺโสสิ. อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อภิภู จ ภิกฺขุ – เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย เอวเมว – อรุณวติยา ราชธานิยา อนฺตรหิตา ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก ปาตุรเหสุํ.
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อภิภุํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘ปฏิภาตุ, พฺราหฺมณ, ตํ พฺรหฺมุโน จ พฺรหฺมปริสาย จ พฺรหฺมปาริสชฺชานญฺจ ธมฺมี กถา’ติ. ‘เอวํ, ภนฺเต’ติ โข, ภิกฺขเว, อภิภู ภิกฺขุ สิขิสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฏิสฺสุตฺวา, พฺรหฺมานญฺจ พฺรหฺมปริสญฺจ พฺรหฺมปาริสชฺเช จ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ. ตตฺร สุทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมา จ พฺรหฺมปริสา จ พฺรหฺมปาริสชฺชา จ อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ [ขียนฺติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วิปาเจนฺติ – ‘อจฺฉริยํ วต, โภ, อพฺภุตํ วต โภ, กถญฺหิ นาม สตฺถริ สมฺมุขีภูเต สาวโก ธมฺมํ เทเสสฺสตี’’’ติ!
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อภิภุํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘อุชฺฌายนฺติ โข เต, พฺราหฺมณ, พฺรหฺมา จ พฺรหฺมปริสา จ พฺรหฺมปาริสชฺชา จ – อจฺฉริยํ วต, โภ, อพฺภุตํ วต, โภ, กถญฺหิ นาม สตฺถริ สมฺมุขีภูเต สาวโก ธมฺมํ เทเสสฺสตีติ! เตน หิ ตฺวํ พฺราหฺมณ, ภิยฺโยโสมตฺตาย พฺรหฺมานญฺจ พฺรหฺมปริสญฺจ พฺรหฺมปาริสชฺเช จ สํเวเชหี’ติ. ‘เอวํ, ภนฺเต’ติ โข, ภิกฺขเว, อภิภู ภิกฺขุ สิขิสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ทิสฺสมาเนนปิ กาเยน ธมฺมํ เทเสสิ, อทิสฺสมาเนนปิ กาเยน ธมฺมํ เทเสสิ, ทิสฺสมาเนนปิ เหฏฺฐิเมน อุปฑฺฒกาเยน อทิสฺสมาเนน อุปริเมน อุปฑฺฒกาเยน ธมฺมํ เทเสสิ, ทิสฺสมาเนนปิ อุปริเมน อุปฑฺฒกาเยน อทิสฺสมาเนน เหฏฺฐิเมน อุปฑฺฒกาเยน ธมฺมํ เทเสสิ. ตตฺร สุทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมา จ พฺรหฺมปริสา จ พฺรหฺมปาริสชฺชา จ อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาตา อเหสุํ – ‘อจฺฉริยํ วต, โภ, อพฺภุตํ วต, โภ, สมณสฺส มหิทฺธิกตา มหานุภาวตา’’’ติ!
‘‘อถ โข อภิภู ภิกฺขุ สิขึ ภควนฺตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ เอตทโวจ – ‘อภิชานามิ ขฺวาหํ, ภนฺเต, ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺเฌ เอวรูปึ วาจํ ภาสิตา – ปโหมิ ขฺวาหํ อาวุโส, พฺรหฺมโลเก ฐิโต สหสฺสิโลกธาตุํ [สหสฺสีโลกธาตุํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] สเรน วิญฺญาเปตุ’นฺติ. ‘เอตสฺส, พฺราหฺมณ, กาโล, เอตสฺส, พฺราหฺมณ, กาโล; ยํ ตฺวํ, พฺราหฺมณ, พฺรหฺมโลเก ฐิโต สหสฺสิโลกธาตุํ สเรน วิญฺญาเปยฺยาสี’ติ. ‘เอวํ, ภนฺเต’ติ โข, ภิกฺขเว, อภิภู ภิกฺขุ สิขิสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฏิสฺสุตฺวา พฺรหฺมโลเก ฐิโต อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘อารมฺภถ [อารพฺภถ (สพฺพตฺถ)] นิกฺกมถ [นิกฺขมถ (สี. ปี.)], ยุญฺชถ พุทฺธสาสเน;
ธุนาถ มจฺจุโน เสนํ, นฬาคารํว กุญฺชโร.
‘‘โย อิมสฺมึ ธมฺมวินเย, อปฺปมตฺโต วิหสฺสติ;
ปหาย ชาติสํสารํ, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสตี’’ติ.
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี จ ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อภิภู จ ภิกฺขุ พฺรหฺมานญฺจ พฺรหฺมปริสญฺจ พฺรหฺมปาริสชฺเช จ สํเวเชตฺวา – เสยฺยถาปิ นาม…เป… ตสฺมึ พฺรหฺมโลเก อนฺตรหิตา อรุณวติยา ราชธานิยา ปาตุรเหสุํ. อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘อสฺสุตฺถ โน, ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อภิภุสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมโลเก ฐิตสฺส คาถาโย ภาสมานสฺสา’ติ? ‘อสฺสุมฺห โข มยํ, ภนฺเต, อภิภุสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมโลเก ฐิตสฺส คาถาโย ภาสมานสฺสา’ติ. ‘ยถา กถํ ปน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อสฺสุตฺถ อภิภุสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมโลเก ฐิตสฺส คาถาโย ภาสมานสฺสา’’’ติ? เอวํ โข มยํ, ภนฺเต, อสฺสุมฺห อภิภุสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมโลเก ฐิตสฺส คาถาโย ภาสมานสฺส –
‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถ, ยุญฺชถ พุทฺธสาสเน;
ธุนาถ มจฺจุโน เสนํ, นฬาคารํว กุญฺชโร.
‘‘โย อิมสฺมึ ธมฺมวินเย, อปฺปมตฺโต วิหสฺสติ;
ปหาย ชาติสํสารํ, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสตี’’ติ.
‘‘‘เอวํ โข มยํ, ภนฺเต, อสฺสุมฺห อภิภุสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมโลเก ฐิตสฺส คาถาโย ภาสมานสฺสา’ติ. ‘สาธุ สาธุ, ภิกฺขเว; สาธุ โข ตุเมฺห, ภิกฺขเว! อสฺสุตฺถ อภิภุสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมโลเก ฐิตสฺส คาถาโย ภาสมานสฺสา’’’ติ.
อิทมโวจ ภควา, อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ.
๕. ปรินิพฺพานสุตฺตํ
๑๘๖. เอกํ สมยํ ภควา กุสินารายํ วิหรติ อุปวตฺตเน มลฺลานํ สาลวเน อนฺตเรน ยมกสาลานํ ปรินิพฺพานสมเย. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘หนฺท ทานิ, ภิกฺขเว, อามนฺตยามิ โว – ‘วยธมฺมา สงฺขารา, อปฺปมาเทน สมฺปาเทถา’ติ. อยํ ตถาคตสฺส ปจฺฉิมา วาจา’’.
อถ โข ภควา ปฐมํ ฌานํ [ปฐมชฺฌานํ (สฺยา. กํ.) เอวํ ทุติยํ ฌานํ อิจฺจาทีสุปิ] สมาปชฺชิ. ปฐมา ฌานา [ปฐมชฺฌานา (สฺยา. กํ.) เอวํ ทุติยา ฌานา อิจฺจาทีสุปิ] วุฏฺฐหิตฺวา ทุติยํ ฌานํ สมาปชฺชิ. ทุติยา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ตติยํ ฌานํ สมาปชฺชิ. ตติยา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา จตุตฺถํ ฌานํ สมาปชฺชิ. จตุตฺถา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา อากาสานญฺจายตนํ สมาปชฺชิ. อากาสานญฺจายตนา วุฏฺฐหิตฺวา วิญฺญาณญฺจายตนํ สมาปชฺชิ. วิญฺญาณญฺจายตนา วุฏฺฐหิตฺวา อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปชฺชิ. อากิญฺจญฺญายตนา วุฏฺฐหิตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปชฺชิ. เนวสญฺญานาสญฺญายตนา วุฏฺฐหิตฺวา สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺชิ.
สญฺญาเวทยิตนิโรธา วุฏฺฐหิตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปชฺชิ. เนวสญฺญานาสญฺญายตนา วุฏฺฐหิตฺวา อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปชฺชิ. อากิญฺจญฺญายตนา วุฏฺฐหิตฺวา วิญฺญาณญฺจายตนํ สมาปชฺชิ. วิญฺญาณญฺจายตนา วุฏฺฐหิตฺวา อากาสานญฺจายตนํ สมาปชฺชิ. อากาสานญฺจายตนา วุฏฺฐหิตฺวา จตุตฺถํ ฌานํ สมาปชฺชิ. จตุตฺถา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ตติยํ ฌานํ สมาปชฺชิ. ตติยา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ทุติยํ ฌานํ สมาปชฺชิ. ทุติยา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิ. ปฐมา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ทุติยํ ฌานํ สมาปชฺชิ. ทุติยา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ตติยํ ฌานํ สมาปชฺชิ. ตติยา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา จตุตฺถํ ฌานํ สมาปชฺชิ. จตุตฺถา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา สมนนฺตรํ ภควา ปรินิพฺพายิ. ปรินิพฺพุเต ภควติ สห ปรินิพฺพานา พฺรหฺมา สหมฺปติ อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘สพฺเพว นิกฺขิปิสฺสนฺติ, ภูตา โลเก สมุสฺสยํ;
ยตฺถ เอตาทิโส สตฺถา, โลเก อปฺปฏิปุคฺคโล;
ตถาคโต พลปฺปตฺโต, สมฺพุทฺโธ ปรินิพฺพุโต’’ติ.
ปรินิพฺพุเต ภควติ สห ปรินิพฺพานา สกฺโก เทวานมินฺโท อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘อนิจฺจา วต สงฺขารา, อุปฺปาทวยธมฺมิโน;
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, เตสํ วูปสโม สุโข’’ติ.
ปรินิพฺพุเต ภควติ สห ปรินิพฺพานา อายสฺมา อานนฺโท อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ตทาสิ ยํ ภึสนกํ, ตทาสิ โลมหํสนํ;
สพฺพาการวรูเปเต, สมฺพุทฺเธ ปรินิพฺพุเต’’ติ.
ปรินิพฺพุเต ภควติ สห ปรินิพฺพานา อายสฺมา อนุรุทฺโธ อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘นาหุ อสฺสาสปสฺสาโส, ฐิตจิตฺตสฺส ตาทิโน;
อเนโช สนฺติมารพฺภ, จกฺขุมา ปรินิพฺพุโต [ยํ กาลมกรี มุนิ (มหาปรินิพฺพานสุตฺเต)].
‘‘อสลฺลีเนน จิตฺเตน, เวทนํ อชฺฌวาสยิ;
ปชฺโชตสฺเสว นิพฺพานํ, วิโมกฺโข เจตโส อหู’’ติ.
ทุติโย วคฺโค.
ตสฺสุทฺทานํ –
พฺรหฺมาสนํ เทวทตฺโต, อนฺธกวินฺโท อรุณวตี;
ปรินิพฺพาเนน จ เทสิตํ, อิทํ พฺรหฺมปญฺจกนฺติ.
พฺรหฺมสํยุตฺตํ สมตฺตํ. [อิโต ปรํ มรมฺมโปตฺถเกสุ เอวมฺปิ ทิสฺสติ –§พฺรหฺมายาจนํ อคารวญฺจ, พฺรหฺมเทโว พโก จ พฺรหฺมา.§อญฺญตโร จ พฺรหฺมาโกกาลิกญฺจ, ติสฺสกญฺจ ตุรู จ.§พฺรหฺมา โกกาลิกภิกฺขุ, สนงฺกุมาเรน เทวทตฺตํ.§อนฺธกวินฺทํ อรุณวติ, ปรินิพฺพาเนน ปนฺนรสาติ.]