๙. ตุรูพฺรหฺมสุตฺตํ
๑๘๐. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน โกกาลิโก ภิกฺขุ อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน. อถ โข ตุรู [ตุทุ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปจฺเจกพฺรหฺมา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน โกกาลิโก ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เวหาสํ ฐิโต โกกาลิกํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘ปสาเทหิ, โกกาลิก, สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตํ. เปสลา สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา’’ติ. ‘‘โกสิ ตฺวํ, อาวุโส’’ติ? ‘‘อหํ ตุรู ปจฺเจกพฺรหฺมา’’ติ. ‘‘นนุ ตฺวํ, อาวุโส, ภควตา อนาคามี พฺยากโต, อถ กิญฺจรหิ อิธาคโต? ปสฺส, ยาวญฺจ เต อิทํ อปรทฺธ’’นฺติ.
‘‘ปุริสสฺส หิ ชาตสฺส, กุฐารี [ทุธารี (สฺยา. กํ. ก.)] ชายเต มุเข;
ยาย ฉินฺทติ อตฺตานํ, พาโล ทุพฺภาสิตํ ภณํ.
‘‘โย นินฺทิยํ ปสํสติ,
ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย;
วิจินาติ มุเขน โส กลึ,
กลินา เตน สุขํ น วินฺทติ.
‘‘อปฺปมตฺตโก อยํ กลิ,
โย อกฺเขสุ ธนปราชโย;
สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนา,
อยเมว มหนฺตตโร กลิ;
โย สุคเตสุ มนํ ปโทสเย.
‘‘สตํ สหสฺสานํ นิรพฺพุทานํ,
ฉตฺตึสติ ปญฺจ จ อพฺพุทานิ;
ยมริยครหี [ยมริเย ครหี (สฺยา. กํ.), ยมริยํ ครหํ (ก.)] นิรยํ อุเปติ,
วาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปก’’นฺติ.