๔. วิชยาสุตฺตํ

๑๖๕. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข วิชยา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา…เป… อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ. อถ โข มาโร ปาปิมา วิชยาย ภิกฺขุนิยา ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม สมาธิมฺหา จาเวตุกาโม เยน วิชยา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา วิชยํ ภิกฺขุนึ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘ทหรา ตฺวํ รูปวตี, อหญฺจ ทหโร สุสุ;

ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน, เอหยฺเยภิรมามเส’’ติ [เอหิ อยฺเย รมามเสติ (สี.)].

อถ โข วิชยาย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ – ‘‘โก นุ ขฺวายํ มนุสฺโส วา อมนุสฺโส วา คาถํ ภาสตี’’ติ? อถ โข วิชยาย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ – ‘‘มาโร โข อยํ ปาปิมา มม ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม สมาธิมฺหา จาเวตุกาโม คาถํ ภาสตี’’ติ. อถ โข วิชยา ภิกฺขุนี ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ ปจฺจภาสิ –

‘‘รูปา สทฺทา รสา คนฺธา, โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา;

นิยฺยาตยามิ ตุเยฺหว, มาร นาหํ เตนตฺถิกา.

‘‘อิมินา ปูติกาเยน, ภินฺทเนน ปภงฺคุนา;

อฏฺฏียามิ หรายามิ, กามตณฺหา สมูหตา.

‘‘เย จ รูปูปคา สตฺตา, เย จ อรูปฏฺฐายิโน [อารุปฺปฏฺฐายิโน (สี. ปี.)];

ยา จ สนฺตา สมาปตฺติ, สพฺพตฺถ วิหโต ตโม’’ติ.

อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ วิชยา ภิกฺขุนี’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.