๒. ทุติยวคฺโค

๑. วตปทสุตฺตํ

๒๕๗. สาวตฺถิยํ. ‘‘สกฺกสฺส, ภิกฺขเว, เทวานมินฺทสฺส ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส สตฺต วตปทานิ [วตฺตปทานิ (ก.)] สมตฺตานิ สมาทินฺนานิ อเหสุํ, เยสํ สมาทินฺนตฺตา สกฺโก สกฺกตฺตํ อชฺฌคา. กตมานิ สตฺต วตปทานิ? ยาวชีวํ มาตาเปตฺติภโร อสฺสํ, ยาวชีวํ กุเล เชฏฺฐาปจายี อสฺสํ, ยาวชีวํ สณฺหวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ อปิสุณวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวเสยฺยํ มุตฺตจาโค ปยตปาณิ โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโต, ยาวชีวํ สจฺจวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ อกฺโกธโน อสฺสํ – สเจปิ เม โกโธ อุปฺปชฺเชยฺย, ขิปฺปเมว นํ ปฏิวิเนยฺย’’นฺติ. ‘‘สกฺกสฺส, ภิกฺขเว, เทวานมินฺทสฺส ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส อิมานิ สตฺต วตปทานิ สมตฺตานิ สมาทินฺนานิ อเหสุํ, เยสํ สมาทินฺนตฺตา สกฺโก สกฺกตฺตํ อชฺฌคา’’ติ.

‘‘มาตาเปตฺติภรํ ชนฺตุํ, กุเล เชฏฺฐาปจายินํ;

สณฺหํ สขิลสมฺภาสํ, เปสุเณยฺยปฺปหายินํ.

‘‘มจฺเฉรวินเย ยุตฺตํ, สจฺจํ โกธาภิภุํ นรํ;

ตํ เว เทวา ตาวตึสา, อาหุ สปฺปุริโส อิตี’’ติ.

๒. สกฺกนามสุตฺตํ

๒๕๘. สาวตฺถิยํ เชตวเน. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู เอตทโวจ – ‘‘สกฺโก, ภิกฺขเว, เทวานมินฺโท ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน มโฆ นาม มาณโว อโหสิ, ตสฺมา มฆวาติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, ภิกฺขเว, เทวานมินฺโท ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน ปุเร [ปุเร ปุเร (สี. ปี.)] ทานํ อทาสิ, ตสฺมา ปุรินฺทโทติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, ภิกฺขเว, เทวานมินฺโท ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน สกฺกจฺจํ ทานํ อทาสิ, ตสฺมา สกฺโกติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, ภิกฺขเว, เทวานมินฺโท ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน อาวสถํ อทาสิ, ตสฺมา วาสโวติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, ภิกฺขเว, เทวานมินฺโท สหสฺสมฺปิ อตฺถานํ มุหุตฺเตน จินฺเตติ, ตสฺมา สหสฺสกฺโขติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺกสฺส, ภิกฺขเว, เทวานมินฺทสฺส สุชา นาม อสุรกญฺญา ปชาปติ, ตสฺมา สุชมฺปตีติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, ภิกฺขเว, เทวานมินฺโท เทวานํ ตาวตึสานํ อิสฺสริยาธิปจฺจํ รชฺชํ กาเรติ, ตสฺมา เทวานมินฺโทติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺกสฺส, ภิกฺขเว เทวานมินฺทสฺส ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส สตฺต วตปทานิ สมตฺตานิ สมาทินฺนานิ อเหสุํ, เยสํ สมาทินฺนตฺตา สกฺโก สกฺกตฺตํ อชฺฌคา. กตมานิ สตฺต วตปทานิ? ยาวชีวํ มาตาเปตฺติภโร อสฺสํ, ยาวชีวํ กุเล เชฏฺฐาปจายี อสฺสํ, ยาวชีวํ สณฺหวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ อปิสุณวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวเสยฺยํ มุตฺตจาโค ปยตปาณิ โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโต, ยาวชีวํ สจฺจวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ อกฺโกธโน อสฺสํ – สเจปิ เม โกโธ อุปฺปชฺเชยฺย, ขิปฺปเมว นํ ปฏิวิเนยฺย’’นฺติ. ‘‘สกฺกสฺส, ภิกฺขเว, เทวานมินฺทสฺส ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส อิมานิ สตฺต วตปทานิ สมตฺตานิ สมาทินฺนานิ อเหสุํ, เยสํ สมาทินฺนตฺตา สกฺโก สกฺกตฺตํ อชฺฌคา’’ติ.

‘‘มาตาเปตฺติภรํ ชนฺตุํ, กุเล เชฏฺฐาปจายินํ;

สณฺหํ สขิลสมฺภาสํ, เปสุเณยฺยปฺปหายินํ.

‘‘มจฺเฉรวินเย ยุตฺตํ, สจฺจํ โกธาภิภุํ นรํ;

ตํ เว เทวา ตาวตึสา, อาหุ สปฺปุริโส อิตี’’ติ.

๓. มหาลิสุตฺตํ

๒๕๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. อถ โข มหาลิ ลิจฺฉวี เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหาลิ ลิจฺฉวี ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘ทิฏฺโฐ โข, ภนฺเต, ภควตา สกฺโก เทวานมินฺโท’’ติ?

‘‘ทิฏฺโฐ โข เม, มหาลิ, สกฺโก เทวานมินฺโท’’ติ.

‘‘โส หิ นูน, ภนฺเต, สกฺกปติรูปโก ภวิสฺสติ. ทุทฺทโส หิ, ภนฺเต, สกฺโก เทวานมินฺโท’’ติ.

‘‘สกฺกญฺจ ขฺวาหํ, มหาลิ, ปชานามิ สกฺกกรเณ จ ธมฺเม, เยสํ ธมฺมานํ สมาทินฺนตฺตา สกฺโก สกฺกตฺตํ อชฺฌคา, ตญฺจ ปชานามิ.

‘‘สกฺโก, มหาลิ, เทวานมินฺโท ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน มโฆ นาม มาณโว อโหสิ, ตสฺมา มฆวาติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, มหาลิ, เทวานมินฺโท ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน สกฺกจฺจํ ทานํ อทาสิ, ตสฺมา สกฺโกติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, มหาลิ, เทวานมินฺโท ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน ปุเร ทานํ อทาสิ, ตสฺมา ปุรินฺทโทติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, มหาลิ, เทวานมินฺโท ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน อาวสถํ อทาสิ, ตสฺมา วาสโวติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, มหาลิ, เทวานมินฺโท สหสฺสมฺปิ อตฺถานํ มุหุตฺเตน จินฺเตติ, ตสฺมา สหสฺสกฺโขติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺกสฺส, มหาลิ, เทวานมินฺทสฺส สุชา นาม อสุรกญฺญา ปชาปติ, ตสฺมา สุชมฺปตีติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺโก, มหาลิ, เทวานมินฺโท เทวานํ ตาวตึสานํ อิสฺสริยาธิปจฺจํ รชฺชํ กาเรติ, ตสฺมา เทวานมินฺโทติ วุจฺจติ.

‘‘สกฺกสฺส, มหาลิ, เทวานมินฺทสฺส ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส สตฺต วตปทานิ สมตฺตานิ สมาทินฺนานิ อเหสุํ, เยสํ สมาทินฺนตฺตา สกฺโก สกฺกตฺตํ อชฺฌคา. กตมานิ สตฺต วตปทานิ? ยาวชีวํ มาตาเปตฺติภโร อสฺสํ, ยาวชีวํ กุเล เชฏฺฐาปจายี อสฺสํ, ยาวชีวํ สณฺหวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ อปิสุณวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวเสยฺยํ มุตฺตจาโค ปยตปาณิ โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโต, ยาวชีวํ สจฺจวาโจ อสฺสํ, ยาวชีวํ อกฺโกธโน อสฺสํ – สเจปิ เม โกโธ อุปฺปเชยฺย, ขิปฺปเมว นํ ปฏิวิเนยฺย’’นฺติ. ‘‘สกฺกสฺส, มหาลิ, เทวานมินฺทสฺส ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส อิมานิ สตฺต วตปทานิ สมตฺตานิ สมาทินฺนานิ อเหสุํ, เยสํ สมาทินฺนตฺตา สกฺโก สกฺกตฺตํ อชฺฌคา’’ติ.

‘‘มาตาเปตฺติภรํ ชนฺตุํ, กุเล เชฏฺฐาปจายินํ;

สณฺหํ สขิลสมฺภาสํ, เปสุเณยฺยปฺปหายินํ.

‘‘มจฺเฉรวินเย ยุตฺตํ, สจฺจํ โกธาภิภุํ นรํ;

ตํ เว เทวา ตาวตึสา, อาหุ สปฺปุริโส อิตี’’ติ.

๔. ทลิทฺทสุตฺตํ

๒๖๐. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –

‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, อญฺญตโร ปุริโส อิมสฺมึเยว ราชคเห มนุสฺสทลิทฺโท [มนุสฺสทฬิทฺโท (สี. สฺยา. กํ.)] อโหสิ มนุสฺสกปโณ มนุสฺสวราโก. โส ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย สทฺธํ สมาทิยิ, สีลํ สมาทิยิ, สุตํ สมาทิยิ, จาคํ สมาทิยิ, ปญฺญํ สมาทิยิ. โส ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย สทฺธํ สมาทิยิตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา สุตํ สมาทิยิตฺวา จาคํ สมาทิยิตฺวา ปญฺญํ สมาทิยิตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิ เทวานํ ตาวตึสานํ สหพฺยตํ. โส อญฺเญ เทเว อติโรจติ วณฺเณน เจว ยสสา จ. ตตฺร สุทํ, ภิกฺขเว, เทวา ตาวตึสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘อจฺฉริยํ วต โภ, อพฺภุตํ วต โภ! อยญฺหิ เทวปุตฺโต ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน มนุสฺสทลิทฺโท อโหสิ มนุสฺสกปโณ มนุสฺสวราโก; โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺโน เทวานํ ตาวตึสานํ สหพฺยตํ. โส อญฺเญ เทเว อติโรจติ วณฺเณน เจว ยสสา จา’’’ติ.

‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท เทเว ตาวตึเส อามนฺเตสิ – ‘มา โข ตุเมฺห, มาริสา, เอตสฺส เทวปุตฺตสฺส อุชฺฌายิตฺถ. เอโส โข, มาริสา, เทวปุตฺโต ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย สทฺธํ สมาทิยิ, สีลํ สมาทิยิ, สุตํ สมาทิยิ, จาคํ สมาทิยิ, ปญฺญํ สมาทิยิ. โส ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย สทฺธํ สมาทิยิตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา สุตํ สมาทิยิตฺวา จาคํ สมาทิยิตฺวา ปญฺญํ สมาทิยิตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺโน เทวานํ ตาวตึสานํ สหพฺยตํ. โส อญฺเญ เทเว อติโรจติ วณฺเณน เจว ยสสา จา’’’ติ. อถ โข, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท เทเว ตาวตึเส อนุนยมาโน ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘ยสฺส สทฺธา ตถาคเต, อจลา สุปฺปติฏฺฐิตา;

สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณํ, อริยกนฺตํ ปสํสิตํ.

‘‘สงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถิ, อุชุภูตญฺจ ทสฺสนํ;

อทลิทฺโทติ ตํ อาหุ, อโมฆํ ตสฺส ชีวิตํ.

‘‘ตสฺมา สทฺธญฺจ สีลญฺจ, ปสาทํ ธมฺมทสฺสนํ;

อนุยุญฺเชถ เมธาวี, สรํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ.

๕. รามเณยฺยกสุตฺตํ

๒๖๑. สาวตฺถิยํ เชตวเน. อถ โข สกฺโก เทวานมินฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข สกฺโก เทวานมินฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต, ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ?

‘‘อารามเจตฺยา วนเจตฺยา, โปกฺขรญฺโญ สุนิมฺมิตา;

มนุสฺสรามเณยฺยสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ.

‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, นินฺเน วา ยทิ วา ถเล;

ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ.

๖. ยชมานสุตฺตํ

๒๖๒. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต. อถ โข สกฺโก เทวานมินฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข สกฺโก เทวานมินฺโท ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘ยชมานานํ มนุสฺสานํ, ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ;

กโรตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ, กตฺถ ทินฺนํ มหปฺผล’’นฺติ.

‘‘จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา, จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา;

เอส สงฺโฆ อุชุภูโต, ปญฺญาสีลสมาหิโต.

‘‘ยชมานานํ มนุสฺสานํ, ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ;

กโรตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ, สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผล’’นฺติ.

๗. พุทฺธวนฺทนาสุตฺตํ

๒๖๓. สาวตฺถิยํ เชตวเน. เตน โข ปน สมเยน ภควา ทิวาวิหารคโต โหติ ปฏิสลฺลีโน. อถ โข สกฺโก จ เทวานมินฺโท พฺรหฺมา จ สหมฺปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ปจฺเจกํ ทฺวารพาหํ นิสฺสาย อฏฺฐํสุ. อถ โข สกฺโก เทวานมินฺโท ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘อุฏฺเฐหิ วีร วิชิตสงฺคาม,

ปนฺนภาร อนณ วิจร โลเก;

จิตฺตญฺจ เต สุวิมุตฺตํ,

จนฺโท ยถา ปนฺนรสาย รตฺติ’’นฺติ.

‘‘น โข, เทวานมินฺท, ตถาคตา เอวํ วนฺทิตพฺพา. เอวญฺจ โข, เทวานมินฺท, ตถาคตา วนฺทิตพฺพา –

‘‘อุฏฺเฐหิ วีร วิชิตสงฺคาม,

สตฺถวาห อนณ วิจร โลเก;

เทสสฺสุ ภควา ธมฺมํ,

อญฺญาตาโร ภวิสฺสนฺตี’’ติ.

๘. คหฏฺฐวนฺทนาสุตฺตํ

๒๖๔. สาวตฺถิยํ. ตตฺร…เป… เอตทโวจ – ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท มาตลึ สงฺคาหกํ อามนฺเตสิ – ‘โยเชหิ, สมฺม มาตลิ, สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ. อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ทสฺสนายา’ติ. ‘เอวํ ภทฺทนฺตวา’ติ โข, ภิกฺขเว, มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ โยเชตฺวา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิเวเทสิ – ‘ยุตฺโต โข เต, มาริส, สหสฺสยุตฺโต อาชญฺญรโถ. ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญสี’’’ติ. อถ โข, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท เวชยนฺตปาสาทา โอโรหนฺโต อญฺชลึ กตฺวา [ปญฺชลิโก (ปี.), ปญฺชลึ กตฺวา (ก.)] สุทํ ปุถุทฺทิสา นมสฺสติ. อถ โข, ภิกฺขเว, มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘ตํ นมสฺสนฺติ เตวิชฺชา, สพฺเพ ภุมฺมา จ ขตฺติยา;

จตฺตาโร จ มหาราชา, ติทสา จ ยสสฺสิโน;

อถ โก นาม โส ยกฺโข, ยํ ตฺวํ สกฺก นมสฺสสี’’ติ.

‘‘มํ นมสฺสนฺติ เตวิชฺชา, สพฺเพ ภุมฺมา จ ขตฺติยา;

จตฺตาโร จ มหาราชา, ติทสา จ ยสสฺสิโน.

‘‘อหญฺจ สีลสมฺปนฺเน, จิรรตฺตสมาหิเต;

สมฺมาปพฺพชิเต วนฺเท, พฺรหฺมจริยปรายเน.

‘‘เย คหฏฺฐา ปุญฺญกรา, สีลวนฺโต อุปาสกา;

ธมฺเมน ทารํ โปเสนฺติ, เต นมสฺสามิ มาตลี’’ติ.

‘‘เสฏฺฐา หิ กิร โลกสฺมึ, เย ตฺวํ สกฺก นมสฺสสิ;

อหมฺปิ เต นมสฺสามิ, เย นมสฺสสิ วาสวา’’ติ.

‘‘อิทํ วตฺวาน มฆวา, เทวราชา สุชมฺปติ;

ปุถุทฺทิสา นมสฺสิตฺวา, ปมุโข รถมารุหี’’ติ.

๙. สตฺถารวนฺทนาสุตฺตํ

๒๖๕. สาวตฺถิยํ เชตวเน. ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท มาตลึ สงฺคาหกํ อามนฺเตสิ – ‘โยเชหิ, สมฺม มาตลิ, สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ, อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ทสฺสนายา’ติ. ‘เอวํ ภทฺทนฺตวา’ติ โข, ภิกฺขเว, มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ โยเชตฺวา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิเวเทสิ – ‘ยุตฺโต โข เต, มาริส, สหสฺสยุตฺโต อาชญฺญรโถ. ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญสี’’’ติ. อถ โข, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท เวชยนฺตปาสาทา โอโรหนฺโต อญฺชลึ กตฺวา สุทํ ภควนฺตํ นมสฺสติ. อถ โข, ภิกฺขเว, มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘ยญฺหิ เทวา มนุสฺสา จ, ตํ นมสฺสนฺติ วาสว;

อถ โก นาม โส ยกฺโข, ยํ ตฺวํ สกฺก นมสฺสสี’’ติ.

‘‘โย อิธ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, อสฺมึ โลเก สเทวเก;

อโนมนามํ สตฺถารํ, ตํ นมสฺสามิ มาตลิ.

‘‘เยสํ ราโค จ โทโส จ, อวิชฺชา จ วิราชิตา;

ขีณาสวา อรหนฺโต, เต นมสฺสามิ มาตลิ.

‘‘เย ราคโทสวินยา, อวิชฺชาสมติกฺกมา;

เสกฺขา อปจยารามา, อปฺปมตฺตานุสิกฺขเร;

เต นมสฺสามิ มาตลี’’ติ.

‘‘เสฏฺฐา หิ กิร โลกสฺมึ, เย ตฺวํ สกฺก นมสฺสสิ;

อหมฺปิ เต นมสฺสามิ, เย นมสฺสสิ วาสวา’’ติ.

‘‘อิทํ วตฺวาน มฆวา, เทวราชา สุชมฺปติ;

ภควนฺตํ นมสฺสิตฺวา, ปมุโข รถมารุหี’’ติ.

๑๐. สงฺฆวนฺทนาสุตฺตํ

๒๖๖. สาวตฺถิยํ เชตวเน. ตตฺร โข…เป… เอตทโวจ – ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท มาตลึ สงฺคาหกํ อามนฺเตสิ – ‘โยเชหิ, สมฺม มาตลิ, สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ, อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ทสฺสนายา’ติ. ‘เอวํ ภทฺทนฺตวา’ติ โข, ภิกฺขเว, มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา, สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ โยเชตฺวา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิเวเทสิ – ‘ยุตฺโต โข เต, มาริส, สหสฺสยุตฺโต อาชญฺญรโถ, ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญสี’’’ติ. อถ โข, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท เวชยนฺตปาสาทา โอโรหนฺโต อญฺชลึ กตฺวา สุทํ ภิกฺขุสงฺฆํ นมสฺสติ. อถ โข, ภิกฺขเว, มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘ตญฺหิ เอเต นมสฺเสยฺยุํ, ปูติเทหสยา นรา;

นิมุคฺคา กุณปเมฺหเต, ขุปฺปิปาสสมปฺปิตา.

‘‘กึ นุ เตสํ ปิหยสิ, อนาคาราน วาสว;

อาจารํ อิสินํ พฺรูหิ, ตํ สุโณม วโจ ตวา’’ติ.

‘‘เอตํ เตสํ ปิหยามิ, อนาคาราน มาตลิ;

ยมฺหา คามา ปกฺกมนฺติ, อนเปกฺขา วชนฺติ เต.

‘‘น เตสํ โกฏฺเฐ โอเปนฺติ, น กุมฺภิ [น กุมฺภา (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] น กโฬปิยํ [ขโฬปิยํ (สี.)];

ปรนิฏฺฐิตเมสานา [ปรนิฏฺฐิตเมสนา (สฺยา. กํ. ก.)], เตน ยาเปนฺติ สุพฺพตา.

‘‘สุมนฺตมนฺติโน ธีรา, ตุณฺหีภูตา สมญฺจรา;

เทวา วิรุทฺธา อสุเรหิ, ปุถุ มจฺจา จ มาตลิ.

‘‘อวิรุทฺธา วิรุทฺเธสุ, อตฺตทณฺเฑสุ นิพฺพุตา;

สาทาเนสุ อนาทานา, เต นมสฺสามิ มาตลี’’ติ.

‘‘เสฏฺฐา หิ กิร โลกสฺมึ, เย ตฺวํ สกฺก นมสฺสสิ;

อหมฺปิ เต นมสฺสามิ, เย นมสฺสสิ วาสวา’’ติ.

‘‘อิทํ วตฺวาน มฆวา, เทวราชา สุชมฺปติ;

ภิกฺขุสงฺฆํ นมสฺสิตฺวา, ปมุโข รถมารุหี’’ติ.

ทุติโย วคฺโค.

ตสฺสุทฺทานํ –

เทวา ปน [ว ตปเทน (สี. สฺยา. กํ.)] ตโย วุตฺตา, ทลิทฺทญฺจ รามเณยฺยกํ;

ยชมานญฺจ วนฺทนา, ตโย สกฺกนมสฺสนาติ.