๗. นทุพฺภิยสุตฺตํ
๒๕๓. สาวตฺถิยํ. ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘โยปิ เม อสฺส สุปจฺจตฺถิโก ตสฺสปาหํ น ทุพฺเภยฺย’นฺติ. อถ โข, ภิกฺขเว, เวปจิตฺติ อสุรินฺโท สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เยน สกฺโก เทวานมินฺโท เตนุปสงฺกมิ. อทฺทสา โข, ภิกฺขเว, สกฺโก เทวานมินฺโท เวปจิตฺตึ อสุรินฺทํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน เวปจิตฺตึ อสุรินฺทํ เอตทโวจ – ‘ติฏฺฐ, เวปจิตฺติ, คหิโตสี’’’ติ.
‘‘ยเทว เต, มาริส, ปุพฺเพ จิตฺตํ, ตเทว ตฺวํ มา ปชหาสี’’ติ [ตเทว ตฺวํ มาริส ปหาสีติ (สี. สฺยา. กํ.)].
‘‘สปสฺสุ จ เม, เวปจิตฺติ, อทุพฺภายา’’ติ [อทฺรุพฺภาย (ก.)].
‘‘ยํ มุสา ภณโต ปาปํ, ยํ ปาปํ อริยูปวาทิโน;
มิตฺตทฺทุโน จ ยํ ปาปํ, ยํ ปาปํ อกตญฺญุโน;
ตเมว ปาปํ ผุสตุ [ผุสติ (สี. ปี.)], โย เต ทุพฺเภ สุชมฺปตี’’ติ.