๘. วาเสฏฺฐสุตฺตํ

๔๕๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อิจฺฉานงฺคเล [อิจฺฉานงฺกเล (สี. ปี.)] วิหรติ อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา พฺราหฺมณมหาสาลา อิจฺฉานงฺคเล ปฏิวสนฺติ, เสยฺยถิทํ – จงฺกี พฺราหฺมโณ, ตารุกฺโข พฺราหฺมโณ, โปกฺขรสาติ พฺราหฺมโณ, ชาณุสฺโสณิ [ชาณุสฺโสณี (ปี.), ชาณุโสณี (ก.)] พฺราหฺมโณ, โตเทยฺโย พฺราหฺมโณ, อญฺเญ จ อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา พฺราหฺมณมหาสาลา. อถ โข วาเสฏฺฐภารทฺวาชานํ มาณวานํ ชงฺฆาวิหารํ อนุจงฺกมนฺตานํ อนุวิจรนฺตานํ [อนุจงฺกมมานานํ อนุวิจรมานานํ (สี. ปี.)] อยมนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘‘กถํ, โภ, พฺราหฺมโณ โหตี’’ติ? ภารทฺวาโช มาณโว เอวมาห – ‘‘ยโต โข, โภ, อุภโต สุชาโต มาติโต จ ปิติโต จ สํสุทฺธคหณิโก ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อกฺขิตฺโต อนุปกฺกุฏฺโฐ ชาติวาเทน – เอตฺตาวตา โข, โภ, พฺราหฺมโณ โหตี’’ติ. วาเสฏฺโฐ มาณโว เอวมาห – ‘‘ยโต โข, โภ, สีลวา จ โหติ วตฺตสมฺปนฺโน [วตสมฺปนฺโน (ปี.)] จ – เอตฺตาวตา โข, โภ, พฺราหฺมโณ โหตี’’ติ. เนว โข อสกฺขิ ภารทฺวาโช มาณโว วาเสฏฺฐํ มาณวํ สญฺญาเปตุํ, น ปน อสกฺขิ วาเสฏฺโฐ มาณโว ภารทฺวาชํ มาณวํ สญฺญาเปตุํ. อถ โข วาเสฏฺโฐ มาณโว ภารทฺวาชํ มาณวํ อามนฺเตสิ – ‘‘อยํ โข, โภ ภารทฺวาช, สมโณ โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต อิจฺฉานงฺคเล วิหรติ อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ. ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ. อายาม, โภ ภารทฺวาช, เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกมิสฺสาม; อุปสงฺกมิตฺวา สมณํ โคตมํ เอตมตฺถํ ปุจฺฉิสฺสาม. ยถา โน สมโณ โคตโม พฺยากริสฺสติ ตถา นํ ธาเรสฺสามา’’ติ. ‘‘เอวํ, โภ’’ติ โข ภารทฺวาโช มาณโว วาเสฏฺฐสฺส มาณวสฺส ปจฺจสฺโสสิ.

๔๕๕. อถ โข วาเสฏฺฐภารทฺวาชา มาณวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทึสุ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข วาเสฏฺโฐ มาณโว ภควนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

‘‘อนุญฺญาตปฏิญฺญาตา, เตวิชฺชา มยมสฺมุโภ;

อหํ โปกฺขรสาติสฺส, ตารุกฺขสฺสายํ มาณโว.

‘‘เตวิชฺชานํ ยทกฺขาตํ, ตตฺร เกวลิโนสฺมเส;

ปทกสฺมา เวยฺยากรณา [โน พฺยากรณา (สฺยา. กํ. ก.)], ชปฺเป อาจริยสาทิสา;

เตสํ โน ชาติวาทสฺมึ, วิวาโท อตฺถิ โคตม.

‘‘ชาติยา พฺราหฺมโณ โหติ, ภารทฺวาโช อิติ ภาสติ;

อหญฺจ กมฺมุนา [กมฺมนา (สี. ปี.)] พฺรูมิ, เอวํ ชานาหิ จกฺขุม.

‘‘เต น สกฺโกม ญาเปตุํ [สญฺญตฺตุํ (ปี.), สญฺญาเปตุํ (ก.)], อญฺญมญฺญํ มยํ อุโภ;

ภวนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมา, สมฺพุทฺธํ อิติ วิสฺสุตํ.

‘‘จนฺทํ ยถา ขยาตีตํ, เปจฺจ ปญฺชลิกา ชนา;

วนฺทมานา นมสฺสนฺติ, โลกสฺมึ โคตมํ.

‘‘จกฺขุํ โลเก สมุปฺปนฺนํ, มยํ ปุจฺฉาม โคตมํ;

ชาติยา พฺราหฺมโณ โหติ, อุทาหุ ภวติ กมฺมุนา [กมฺมนา (สี. ปี.)];

อชานตํ โน ปพฺรูหิ, ยถา ชาเนมุ พฺราหฺมณ’’นฺติ.

๔๕๖. ‘‘เตสํ โว อหํ พฺยกฺขิสฺสํ, (วาเสฏฺฐาติ ภควา)

อนุปุพฺพํ ยถาตถํ;

ชาติวิภงฺคํ ปาณานํ, อญฺญมญฺญาหิ ชาติโย.

‘‘ติณรุกฺเขปิ ชานาถ, น จาปิ ปฏิชานเร;

ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.

‘‘ตโต กีเฏ ปฏงฺเค จ, ยาว กุนฺถกิปิลฺลิเก;

ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.

‘‘จตุปฺปเทปิ ชานาถ, ขุทฺทเก จ มหลฺลเก;

ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.

‘‘ปาทุทเรปิ ชานาถ, อุรเค ทีฆปิฏฺฐิเก;

ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.

‘‘ตโต มจฺเฉปิ ชานาถ, อุทเก วาริโคจเร;

ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.

‘‘ตโต ปกฺขีปิ ชานาถ, ปตฺตยาเน วิหงฺคเม;

ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.

‘‘ยถา เอตาสุ ชาตีสุ, ลิงฺคํ ชาติมยํ ปุถุ;

เอวํ นตฺถิ มนุสฺเสสุ, ลิงฺคํ ชาติมยํ ปุถุ.

‘‘น เกเสหิ น สีเสหิ, น กณฺเณหิ น อกฺขีหิ;

น มุเขน น นาสาย, น โอฏฺเฐหิ ภมูหิ วา.

‘‘น คีวาย น อํเสหิ, น อุทเรน น ปิฏฺฐิยา;

น โสณิยา น อุรสา, น สมฺพาเธ น เมถุเน [น สมฺพาธา น เมถุนา (ก.)].

‘‘น หตฺเถหิ น ปาเทหิ, นงฺคุลีหิ นเขหิ วา;

น ชงฺฆาหิ น อูรูหิ, น วณฺเณน สเรน วา;

ลิงฺคํ ชาติมยํ เนว, ยถา อญฺญาสุ ชาติสุ.

๔๕๗. ‘‘ปจฺจตฺตญฺจ สรีเรสุ [ปจฺจตฺตํ สสรีเรสุ (สี. ปี.)], มนุสฺเสเสฺวตํ น วิชฺชติ;

โวการญฺจ มนุสฺเสสุ, สมญฺญาย ปวุจฺจติ.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โครกฺขํ อุปชีวติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, กสฺสโก โส น พฺราหฺมโณ.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, ปุถุสิปฺเปน ชีวติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, สิปฺปิโก โส น พฺราหฺมโณ.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โวหารํ อุปชีวติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, วาณิโช โส น พฺราหฺมโณ.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, ปรเปสฺเสน ชีวติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, เปสฺสโก [เปสฺสิโก (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] โส น พฺราหฺมโณ.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, อทินฺนํ อุปชีวติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, โจโร เอโส น พฺราหฺมโณ.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, อิสฺสตฺถํ อุปชีวติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, โยธาชีโว น พฺราหฺมโณ.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โปโรหิจฺเจน ชีวติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, ยาชโก โส น พฺราหฺมโณ.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, คามํ รฏฺฐญฺจ ภุญฺชติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, ราชา เอโส น พฺราหฺมโณ.

‘‘น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมิ, โยนิชํ มตฺติสมฺภวํ;

โภวาทิ [โภวาที (สฺยา. กํ.)] นาม โส โหติ, สเจ โหติ สกิญฺจโน;

อกิญฺจนํ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

๔๕๘. ‘‘สพฺพสํโยชนํ เฉตฺวา, โย เว น ปริตสฺสติ;

สงฺคาติคํ วิสํยุตฺตํ [วิสญฺญุตฺตํ (ก.)], ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘เฉตฺวา นทฺธึ [นทฺธึ (สี. ปี.)] วรตฺตญฺจ, สนฺทานํ สหนุกฺกมํ;

อุกฺขิตฺตปลิฆํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘อกฺโกสํ วธพนฺธญฺจ, อทุฏฺโฐ โย ติติกฺขติ;

ขนฺตีพลํ พลานีกํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘อกฺโกธนํ วตวนฺตํ, สีลวนฺตํ อนุสฺสทํ;

ทนฺตํ อนฺติมสารีรํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘วาริโปกฺขรปตฺเตว, อารคฺเคริว สาสโป;

โย น ลิมฺปติ กาเมสุ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘โย ทุกฺขสฺส ปชานาติ, อิเธว ขยมตฺตโน;

ปนฺนภารํ วิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘คมฺภีรปญฺญํ เมธาวึ, มคฺคามคฺคสฺส โกวิทํ;

อุตฺตมตฺถมนุปฺปตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘อสํสฏฺฐํ คหฏฺเฐหิ, อนาคาเรหิ จูภยํ;

อโนกสาริมปฺปิจฺฉํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘นิธาย ทณฺฑํ ภูเตสุ, ตเสสุ ถาวเรสุ จ;

โย น หนฺติ น ฆาเตติ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘อวิรุทฺธํ วิรุทฺเธสุ, อตฺตทณฺเฑสุ นิพฺพุตํ;

สาทาเนสุ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘ยสฺส ราโค จ โทโส จ, มาโน มกฺโข จ โอหิโต;

สาสโปริว อารคฺคา, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

๔๕๙. ‘‘อกกฺกสํ วิญฺญาปนึ, คิรํ สจฺจํ อุทีรเย;

ยาย นาภิสชฺเช กิญฺจิ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘โย จ ทีฆํ ว รสฺสํ วา, อณุํ ถูลํ สุภาสุภํ;

โลเก อทินฺนํ นาเทติ [นาทิยติ (สี. ปี.)], ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘อาสา ยสฺส น วิชฺชนฺติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ;

นิราสาสํ [นิราสยํ (สี. ปี.)] วิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘ยสฺสาลยา น วิชฺชนฺติ, อญฺญาย อกถํกถึ;

อมโตคธํ อนุปฺปตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘โยธปุญฺญญฺจ ปาปญฺจ, อุโภ สงฺคํ อุปจฺจคา;

อโสกํ วิรชํ สุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘จนฺทํ ว วิมลํ สุทฺธํ, วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ;

นนฺทีภวปริกฺขีณํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘โย อิมํ ปลิปถํ ทุคฺคํ, สํสารํ โมหมจฺจคา;

ติณฺโณ ปารงฺคโต ฌายี, อเนโช อกถํกถี;

อนุปาทาย นิพฺพุโต, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘โยธกาเม ปหนฺตฺวาน [ปหตฺวาน (สี.)], อนาคาโร ปริพฺพเช;

กามภวปริกฺขีณํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘โยธตณฺหํ ปหนฺตฺวาน, อนาคาโร ปริพฺพเช;

ตณฺหาภวปริกฺขีณํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘หิตฺวา มานุสกํ โยคํ, ทิพฺพํ โยคํ อุปจฺจคา;

สพฺพโยควิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘หิตฺวา รติญฺจ อรตึ, สีตีภูตํ นิรูปธึ;

สพฺพโลกาภิภุํ วีรํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘จุตึ โย เวทิ สตฺตานํ, อุปปตฺติญฺจ สพฺพโส;

อสตฺตํ สุคตํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘ยสฺส คตึ น ชานนฺติ, เทวา คนฺธพฺพมานุสา;

ขีณาสวํ อรหนฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘ยสฺส ปุเร จ ปจฺฉา จ, มชฺเฌ จ นตฺถิ กิญฺจนํ;

อกิญฺจนํ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘อุสภํ ปวรํ วีรํ, มเหสึ วิชิตาวินํ;

อเนชํ นฺหาตกํ [นหาตกํ (สี. ปี.)] พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

‘‘ปุพฺเพนิวาสํ โย เวทิ, สคฺคาปายญฺจ ปสฺสติ;

อโถ ชาติกฺขยํ ปตฺโต, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.

๔๖๐. ‘‘สมญฺญา เหสา โลกสฺมึ, นามโคตฺตํ ปกปฺปิตํ;

สมฺมุจฺจา สมุทาคตํ, ตตฺถ ตตฺถ ปกปฺปิตํ.

‘‘ทีฆรตฺตานุสยิตํ, ทิฏฺฐิคตมชานตํ;

อชานนฺตา โน [อชานนฺตา โนติ อชานนฺตา เอว (ฏีกา)] ปพฺรุนฺติ [ปพฺรุวนฺติ (สี. ปี.)], ชาติยา โหติ พฺราหฺมโณ.

‘‘น ชจฺจา พฺราหฺมโณ [วสโล (สฺยา. กํ. ก.)] โหติ, น ชจฺจา โหติ อพฺราหฺมโณ [พฺราหฺมโณ (สฺยา. กํ. ก.)];

กมฺมุนา พฺราหฺมโณ [วสโล (สฺยา. กํ. ก.)] โหติ, กมฺมุนา โหติ อพฺราหฺมโณ [พฺราหฺมโณ (สฺยา. กํ. ก.)].

‘‘กสฺสโก กมฺมุนา โหติ, สิปฺปิโก โหติ กมฺมุนา;

วาณิโช กมฺมุนา โหติ, เปสฺสโก โหติ กมฺมุนา.

‘‘โจโรปิ กมฺมุนา โหติ, โยธาชีโวปิ กมฺมุนา;

ยาชโก กมฺมุนา โหติ, ราชาปิ โหติ กมฺมุนา.

‘‘เอวเมตํ ยถาภูตํ, กมฺมํ ปสฺสนฺติ ปณฺฑิตา;

ปฏิจฺจสมุปฺปาททสฺสา, กมฺมวิปากโกวิทา.

‘‘กมฺมุนา วตฺตติ โลโก, กมฺมุนา วตฺตติ ปชา;

กมฺมนิพนฺธนา สตฺตา, รถสฺสาณีว ยายโต.

‘‘ตเปน พฺรหฺมจริเยน, สํยเมน ทเมน จ;

เอเตน พฺราหฺมโณ โหติ, เอตํ พฺราหฺมณมุตฺตมํ.

‘‘ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน, สนฺโต ขีณปุนพฺภโว;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, พฺรหฺมา สกฺโก วิชานต’’นฺติ.

๔๖๑. เอวํ วุตฺเต, วาเสฏฺฐภารทฺวาชา มาณวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม, อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม! เสยฺยถาปิ, โภ โคตม, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ – เอวเมวํ โภตา โคตเมน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอเต มยํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉาม ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสเก โน ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คเต’’ติ.

วาเสฏฺฐสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ อฏฺฐมํ.