๑. อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตํ

๑๐๗. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ราหุโล อมฺพลฏฺฐิกายํ วิหรติ. อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน อมฺพลฏฺฐิกา เยนายสฺมา ราหุโล เตนุปสงฺกมิ. อทฺทสา โข อายสฺมา ราหุโล ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน อาสนํ ปญฺญาเปสิ, อุทกญฺจ ปาทานํ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. นิสชฺช ปาเท ปกฺขาเลสิ. อายสฺมาปิ โข ราหุโล ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.

๑๐๘. อถ โข ภควา ปริตฺตํ อุทกาวเสสํ อุทกาธาเน ฐเปตฺวา อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสสิ โน ตฺวํ, ราหุล, อิมํ ปริตฺตํ อุทกาวเสสํ อุทกาธาเน ฐปิต’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวํ ปริตฺตกํ โข, ราหุล, เตสํ สามญฺญํ เยสํ นตฺถิ สมฺปชานมุสาวาเท ลชฺชา’’ติ. อถ โข ภควา ปริตฺตํ อุทกาวเสสํ ฉฑฺเฑตฺวา อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสสิ โน ตฺวํ, ราหุล, ปริตฺตํ อุทกาวเสสํ ฉฑฺฑิต’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวํ ฉฑฺฑิตํ โข, ราหุล, เตสํ สามญฺญํ เยสํ นตฺถิ สมฺปชานมุสาวาเท ลชฺชา’’ติ. อถ โข ภควา ตํ อุทกาธานํ นิกฺกุชฺชิตฺวา อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสสิ โน ตฺวํ, ราหุล, อิมํ อุทกาธานํ นิกฺกุชฺชิต’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวํ นิกฺกุชฺชิตํ โข, ราหุล, เตสํ สามญฺญํ เยสํ นตฺถิ สมฺปชานมุสาวาเท ลชฺชา’’ติ. อถ โข ภควา ตํ อุทกาธานํ อุกฺกุชฺชิตฺวา อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสสิ โน ตฺวํ, ราหุล, อิมํ อุทกาธานํ ริตฺตํ ตุจฺฉ’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวํ ริตฺตํ ตุจฺฉํ โข, ราหุล, เตสํ สามญฺญํ เยสํ นตฺถิ สมฺปชานมุสาวาเท ลชฺชาติ. เสยฺยถาปิ, ราหุล, รญฺโญ นาโค อีสาทนฺโต อุรูฬฺหวา [อุพฺพูฬฺหวา (สี. ปี.)] อภิชาโต สงฺคามาวจโร สงฺคามคโต ปุริเมหิปิ ปาเทหิ กมฺมํ กโรติ, ปจฺฉิเมหิปิ ปาเทหิ กมฺมํ กโรติ, ปุริเมนปิ กาเยน กมฺมํ กโรติ, ปจฺฉิเมนปิ กาเยน กมฺมํ กโรติ, สีเสนปิ กมฺมํ กโรติ, กณฺเณหิปิ กมฺมํ กโรติ, ทนฺเตหิปิ กมฺมํ กโรติ, นงฺคุฏฺเฐนปิ กมฺมํ กโรติ; รกฺขเตว โสณฺฑํ. ตตฺถ หตฺถาโรหสฺส เอวํ โหติ – ‘อยํ โข รญฺโญ นาโค อีสาทนฺโต อุรูฬฺหวา อภิชาโต สงฺคามาวจโร สงฺคามคโต ปุริเมหิปิ ปาเทหิ กมฺมํ กโรติ, ปจฺฉิเมหิปิ ปาเทหิ กมฺมํ กโรติ…เป… นงฺคุฏฺเฐนปิ กมฺมํ กโรติ; รกฺขเตว โสณฺฑํ. อปริจฺจตฺตํ โข รญฺโญ นาคสฺส ชีวิต’นฺติ. ยโต โข, ราหุล, รญฺโญ นาโค อีสาทนฺโต อุรูฬฺหวา อภิชาโต สงฺคามาวจโร สงฺคามคโต ปุริเมหิปิ ปาเทหิ กมฺมํ กโรติ, ปจฺฉิเมหิปิ ปาเทหิ กมฺมํ กโรติ…เป… นงฺคุฏฺเฐนปิ กมฺมํ กโรติ, โสณฺฑายปิ กมฺมํ กโรติ, ตตฺถ หตฺถาโรหสฺส เอวํ โหติ – ‘อยํ โข รญฺโญ นาโค อีสาทนฺโต อุรูฬฺหวา อภิชาโต สงฺคามาวจโร สงฺคามคโต ปุริเมหิปิ ปาเทหิ กมฺมํ กโรติ, ปจฺฉิเมหิปิ ปาเทหิ กมฺมํ กโรติ, ปุริเมนปิ กาเยน กมฺมํ กโรติ, ปจฺฉิเมนปิ กาเยน กมฺมํ กโรติ, สีเสนปิ กมฺมํ กโรติ, กณฺเณหิปิ กมฺมํ กโรติ, ทนฺเตหิปิ กมฺมํ กโรติ, นงฺคุฏฺเฐนปิ กมฺมํ กโรติ, โสณฺฑายปิ กมฺมํ กโรติ. ปริจฺจตฺตํ โข รญฺโญ นาคสฺส ชีวิตํ. นตฺถิ ทานิ กิญฺจิ รญฺโญ นาคสฺส อกรณีย’นฺติ. เอวเมว โข, ราหุล, ยสฺส กสฺสจิ สมฺปชานมุสาวาเท นตฺถิ ลชฺชา, นาหํ ตสฺส กิญฺจิ ปาปํ อกรณียนฺติ วทามิ. ตสฺมาติห เต, ราหุล, ‘หสฺสาปิ น มุสา ภณิสฺสามี’ติ – เอวญฺหิ เต, ราหุล, สิกฺขิตพฺพํ.

๑๐๙. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, ราหุล, กิมตฺถิโย อาทาโส’’ติ? ‘‘ปจฺจเวกฺขณตฺโถ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, ราหุล, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา กาเยน กมฺมํ กตฺตพฺพํ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา วาจาย กมฺมํ กตฺตพฺพํ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา มนสา กมฺมํ กตฺตพฺพํ. ยเทว ตฺวํ, ราหุล, กาเยน กมฺมํ กตฺตุกาโม อโหสิ, ตเทว เต กายกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ [ทุกฺขุนฺทฺรยํ, ทุกฺขุทยํ (ก.)] ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ เต, ราหุล, กาเยน กมฺมํ สสกฺกํ น กรณียํ [สํสกฺกํ น จ กรณียํ (ก.)]. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม กายกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – กุสลํ อิทํ กายกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ เต, ราหุล, กาเยน กมฺมํ กรณียํ.

‘‘กโรนฺเตนปิ เต, ราหุล, กาเยน กมฺมํ ตเทว เต กายกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, ปฏิสํหเรยฺยาสิ ตฺวํ, ราหุล, เอวรูปํ กายกมฺมํ. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม กายกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – กุสลํ อิทํ กายกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, อนุปทชฺเชยฺยาสิ ตฺวํ, ราหุล, เอวรูปํ กายกมฺมํ.

‘‘กตฺวาปิ เต, ราหุล, กาเยน กมฺมํ ตเทว เต กายกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ [สํวตฺติ (ปี.)], ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ โข ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ อกาสึ, อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ เต, ราหุล, กายกมฺมํ สตฺถริ วา วิญฺญูสุ วา สพฺรหฺมจารีสุ เทเสตพฺพํ, วิวริตพฺพํ, อุตฺตานีกาตพฺพํ; เทเสตฺวา วิวริตฺวา อุตฺตานีกตฺวา อายตึ สํวรํ อาปชฺชิตพฺพํ. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม กายกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – กุสลํ อิทํ กายกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, เตเนว ตฺวํ, ราหุล, ปีติปาโมชฺเชน วิหเรยฺยาสิ อโหรตฺตานุสิกฺขี กุสเลสุ ธมฺเมสุ.

๑๑๐. ‘‘ยเทว ตฺวํ, ราหุล, วาจาย กมฺมํ กตฺตุกาโม อโหสิ, ตเทว เต วจีกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม วจีกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – อกุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม วจีกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – อกุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ เต, ราหุล, วาจาย กมฺมํ สสกฺกํ น กรณียํ. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม วจีกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – กุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ เต, ราหุล, วาจาย กมฺมํ กรณียํ.

‘‘กโรนฺเตนปิ, ราหุล, วาจาย กมฺมํ ตเทว เต วจีกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม วจีกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม วจีกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, ปฏิสํหเรยฺยาสิ ตฺวํ, ราหุล, เอวรูปํ วจีกมฺมํ. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม วจีกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – กุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, อนุปทชฺเชยฺยาสิ, ตฺวํ ราหุล, เอวรูปํ วจีกมฺมํ.

‘‘กตฺวาปิ เต, ราหุล, วาจาย กมฺมํ ตเทว เต วจีกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม วจีกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ [สํวตฺติ (สี. ปี.)], ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ โข ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม วจีกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ เต, ราหุล, วจีกมฺมํ สตฺถริ วา วิญฺญูสุ วา สพฺรหฺมจารีสุ เทเสตพฺพํ, วิวริตพฺพํ, อุตฺตานีกตฺตพฺพํ; เทเสตฺวา วิวริตฺวา อุตฺตานีกตฺวา อายตึ สํวรํ อาปชฺชิตพฺพํ. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ วาจาย กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม วจีกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – กุสลํ อิทํ วจีกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, เตเนว ตฺวํ, ราหุล, ปีติปาโมชฺเชน วิหเรยฺยาสิ อโหรตฺตานุสิกฺขี กุสเลสุ ธมฺเมสุ.

๑๑๑. ‘‘ยเทว ตฺวํ, ราหุล, มนสา กมฺมํ กตฺตุกาโม อโหสิ, ตเทว เต มโนกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม มโนกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – อกุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม มโนกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – อกุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ เต, ราหุล, มนสา กมฺมํ สสกฺกํ น กรณียํ. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม มโนกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย – กุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ เต, ราหุล, มนสา กมฺมํ กรณียํ.

‘‘กโรนฺเตนปิ เต, ราหุล, มนสา กมฺมํ ตเทว เต มโนกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม มโนกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม มโนกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, ปฏิสํหเรยฺยาสิ ตฺวํ, ราหุล, เอวรูปํ มโนกมฺมํ. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม มโนกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – กุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, อนุปทชฺเชยฺยาสิ ตฺวํ, ราหุล, เอวรูปํ มโนกมฺมํ.

‘‘กตฺวาปิ เต, ราหุล, มนสา กมฺมํ ตเทว เต มโนกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ นุ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม มโนกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ [สํวตฺติ (สี. ปี.)], ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ? สเจ โข ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม มโนกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – อกุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปาก’นฺติ, เอวรูปํ ปน [เอวรูเป (สี. ปี.), เอวรูเป ปน (สฺยา. กํ.)] เต, ราหุล, มโนกมฺมํ [มโนกมฺเม (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อฏฺฏียิตพฺพํ หรายิตพฺพํ ชิคุจฺฉิตพฺพํ; อฏฺฏียิตฺวา หรายิตฺวา ชิคุจฺฉิตฺวา อายตึ สํวรํ อาปชฺชิตพฺพํ. สเจ ปน ตฺวํ, ราหุล, ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ – ‘ยํ โข อหํ อิทํ มนสา กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม มโนกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ – กุสลํ อิทํ มโนกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปาก’นฺติ, เตเนว ตฺวํ, ราหุล, ปีติปาโมชฺเชน วิหเรยฺยาสิ อโหรตฺตานุสิกฺขี กุสเลสุ ธมฺเมสุ.

๑๑๒. ‘‘เย หิ เกจิ, ราหุล, อตีตมทฺธานํ สมณา วา พฺราหฺมณา วา กายกมฺมํ ปริโสเธสุํ, วจีกมฺมํ ปริโสเธสุํ, มโนกมฺมํ ปริโสเธสุํ, สพฺเพ เต เอวเมวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา กายกมฺมํ ปริโสเธสุํ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา วจีกมฺมํ ปริโสเธสุํ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา มโนกมฺมํ ปริโสเธสุํ. เยปิ หิ เกจิ, ราหุล, อนาคตมทฺธานํ สมณา วา พฺราหฺมณา วา กายกมฺมํ ปริโสเธสฺสนฺติ, วจีกมฺมํ ปริโสเธสฺสนฺติ, มโนกมฺมํ ปริโสเธสฺสนฺติ, สพฺเพ เต เอวเมวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา กายกมฺมํ ปริโสเธสฺสนฺติ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา วจีกมฺมํ ปริโสเธสฺสนฺติ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา มโนกมฺมํ ปริโสเธสฺสนฺติ. เยปิ หิ เกจิ, ราหุล, เอตรหิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา กายกมฺมํ ปริโสเธนฺติ, วจีกมฺมํ ปริโสเธนฺติ, มโนกมฺมํ ปริโสเธนฺติ, สพฺเพ เต เอวเมวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา กายกมฺมํ ปริโสเธนฺติ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา วจีกมฺมํ ปริโสเธนฺติ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา มโนกมฺมํ ปริโสเธนฺติ. ตสฺมาติห, ราหุล, ‘ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา กายกมฺมํ ปริโสเธสฺสามิ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา วจีกมฺมํ ปริโสเธสฺสามิ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา มโนกมฺมํ ปริโสเธสฺสามี’ติ – เอวญฺหิ เต, ราหุล, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ.

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมโน อายสฺมา ราหุโล ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทีติ.

อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ปฐมํ.