๖. วิหารวิมานวตฺถุ
๗๒๙. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน…เป… โอสธี วิย ตารกา.
๗๓๐. ‘‘ตสฺสา เต นจฺจมานาย, องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส;
ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ, สวนียา มโนรมา.
๗๓๑. ‘‘ตสฺสา เต นจฺจมานาย, องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส;
ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ, สุจิคนฺธา มโนรมา.
๗๓๒. ‘‘วิวตฺตมานา กาเยน, ยา เวณีสุ ปิฬนฺธนา;
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส, ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา.
๗๓๓. ‘‘วฏํสกา วาตธุตา, วาเตน สมฺปกมฺปิตา;
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส, ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา.
๗๓๔. ‘‘ยาปิ เต สิรสฺมึ มาลา, สุจิคนฺธา มโนรมา;
วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา, รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา.
๗๓๕. ‘‘ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ, รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ;
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.
๗๓๖. ‘‘สาวตฺถิยํ มยฺหํ สขี ภทนฺเต, สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ;
ตตฺถปฺปสนฺนา อหมานุโมทึ, ทิสฺวา อคารญฺจ ปิยญฺจ เมตํ.
๗๓๗. ‘‘ตาเยว เม สุทฺธนุโมทนาย, ลทฺธํ วิมานพฺภุตทสฺสเนยฺยํ;
สมนฺตโต โสฬสโยชนานิ, เวหายสํ คจฺฉติ อิทฺธิยา มม.
๗๓๘. ‘‘กูฏาคารา นิเวสา เม, วิภตฺตา ภาคโส มิตา;
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ, สมนฺตา สตโยชนํ.
๗๓๙. ‘‘โปกฺขรญฺโญ จ เม เอตฺถ, ปุถุโลมนิเสวิตา;
อจฺโฉทกา [อจฺโฉทิกา (สี.)] วิปฺปสนฺนา, โสณฺณวาลุกสนฺถตา.
๗๔๐. ‘‘นานาปทุมสญฺฉนฺนา, ปุณฺฑรีกสโมตตา [ปณฺฑรีกสโมนตา (สี.)];
สุรภี สมฺปวายนฺติ, มนุญฺญา มาลุเตริตา.
๗๔๑. ‘‘ชมฺพุโย ปนสา ตาลา, นาฬิเกรวนานิ จ;
อนฺโตนิเวสเน ชาตา, นานารุกฺขา อโรปิมา.
๗๔๒. ‘‘นานาตูริยสงฺฆุฏฺฐํ, อจฺฉราคณโฆสิตํ;
โยปิ มํ สุปิเน ปสฺเส, โสปิ วิตฺโต สิยา นโร.
๗๔๓. ‘‘เอตาทิสํ อพฺภุตทสฺสเนยฺยํ, วิมานํ สพฺพโสปภํ;
มม กมฺเมหิ นิพฺพตฺตํ, อลํ ปุญฺญานิ กาตเว’’ติ.
๗๔๔. ‘‘ตาเยว เต สุทฺธนุโมทนาย, ลทฺธํ วิมานพฺภุตทสฺสเนยฺยํ;
ยา เจว สา ทานมทาสิ นารี, ตสฺสา คตึ พฺรูหิ กุหึ อุปฺปนฺนา [อุปปนฺนา (ก.)] สา’’ติ.
๗๔๕. ‘‘ยา สา อหุ มยฺหํ สขี ภทนฺเต, สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ;
วิญฺญาตธมฺมา สา อทาสิ ทานํ, อุปฺปนฺนา นิมฺมานรตีสุ เทเวสุ.
๗๔๖. ‘‘ปชาปตี ตสฺส สุนิมฺมิตสฺส, อจินฺติยา กมฺมวิปากา ตสฺส;
ยเมตํ ปุจฺฉสิ กุหึ อุปฺปนฺนา [อุปปนฺนา (ก.)] สาติ, ตํ เต วิยากาสึ อนญฺญถา อหํ.
๗๔๗. ‘‘เตนหญฺเญปิ สมาทเปถ, สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา;
ธมฺมญฺจ สุณาถ ปสนฺนมานสา, สุทุลฺลโภ ลทฺโธ มนุสฺสลาโภ.
๗๔๘. ‘‘ยํ มคฺคํ มคฺคาธิปตี อเทสยิ [มคฺคาธิปตฺยเทสยิ (สี.)], พฺรหฺมสฺสโร กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ;
สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา, มหปฺผลา ยตฺถ ภวนฺติ ทกฺขิณา.
๗๔๙. [ขุ. ปา. ๖.๖; สุ. นิ. ๒๒๙] ‘‘เย ปุคฺคลา อฏฺฐ สตํ ปสตฺถา, จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ;
เต ทกฺขิเณยฺยา สุคตสฺส สาวกา, เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ.
๗๕๐. [วิ. ว. ๖๔๑] ‘‘จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา, จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา;
เอส สงฺโฆ อุชุภูโต, ปญฺญาสีลสมาหิโต.
๗๕๑. [วิ. ว. ๖๔๒] ‘‘ยชมานานํ มนุสฺสานํ, ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ;
กโรตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ, สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ.
๗๕๒. [วิ. ว. ๖๔๓] ‘‘เอโส หิ สงฺโฆ วิปุโล มหคฺคโต, เอสปฺปเมยฺโย อุทธีว สาคโร;
เอเตหิ เสฏฺฐา นรวีรสาวกา, ปภงฺกรา ธมฺมมุทีรยนฺติ [นตฺเถตฺถ ปาฐเภโท].
๗๕๓. [วิ. ว. ๖๔๔] ‘‘เตสํ สุทินฺนํ สุหุตํ สุยิฏฺฐํ, เย สงฺฆมุทฺทิสฺส ททนฺติ ทานํ;
สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา ปติฏฺฐิตา, มหปฺผลา โลกวิทูน [โลกวิทูหิ (ก.)] วณฺณิตา.
๗๕๔. ‘‘เอตาทิสํ ยญฺญมนุสฺสรนฺตา, เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก;
วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ, อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐาน’’นฺติ.
วิหารวิมานํ ฉฏฺฐํ.
ภาณวารํ ทุติยํ นิฏฺฐิตํ.