๒. ปภสฺสรวิมานวตฺถุ

๖๙๗. ‘‘ปภสฺสรวรวณฺณนิเภ, สุรตฺตวตฺถวสเน [วตฺถนิวาสเน (สี. สฺยา.)];

มหิทฺธิเก จนฺทนรุจิรคตฺเต, กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ.

๖๙๘. ‘‘ปลฺลงฺโก จ เต มหคฺโฆ, นานารตนจิตฺติโต รุจิโร;

ยตฺถ ตฺวํ นิสินฺนา วิโรจสิ, เทวราชาริว นนฺทเน วเน.

๖๙๙. ‘‘กึ ตฺวํ ปุเร สุจริตมาจรี ภทฺเท, กิสฺส กมฺมสฺส วิปากํ;

อนุโภสิ เทวโลกสฺมึ, เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข;

กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.

๗๐๐. ‘‘ปิณฺฑาย เต จรนฺตสฺส, มาลํ ผาณิตญฺจ อททํ ภนฺเต;

ตสฺส กมฺมสฺสิทํ วิปากํ, อนุโภมิ เทวโลกสฺมึ.

๗๐๑. ‘‘โหติ จ เม อนุตาโป, อปรทฺธํ [อปราธํ (สฺยา.)] ทุกฺขิตญฺจ [ทุกฺกฏญฺจ (สี.)] เม ภนฺเต;

สาหํ ธมฺมํ นาสฺโสสึ, สุเทสิตํ ธมฺมราเชน.

๗๐๒. ‘‘ตํ ตํ วทามิ ภทฺทนฺเต, ‘ยสฺส เม อนุกมฺปิโย โกจิ;

ธมฺเมสุ ตํ สมาทเปถ’, สุเทสิตํ ธมฺมราเชน.

๗๐๓. ‘‘เยสํ อตฺถิ สทฺธา พุทฺเธ, ธมฺเม จ สงฺฆรตเน;

เต มํ อติวิโรจนฺติ, อายุนา ยสสา สิริยา.

๗๐๔. ‘‘ปตาเปน วณฺเณน อุตฺตริตรา,

อญฺเญ มหิทฺธิกตรา มยา เทวา’’ติ;

ปภสฺสรวิมานํ ทุติยํ.