๑๐. ปาริจฺฉตฺตกวิมานวตฺถุ
๖๘๐. ‘‘ปาริจฺฉตฺตเก โกวิฬาเร, รมณีเย มโนรเม;
ทิพฺพมาลํ คนฺถมานา, คายนฺตี สมฺปโมทสิ.
๖๘๑. ‘‘ตสฺสา เต นจฺจมานาย, องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส;
ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ, สวนียา มโนรมา.
๖๘๒. ‘‘ตสฺสา เต นจฺจมานาย, องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส;
ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ, สุจิคนฺธา มโนรมา.
๖๘๓. ‘‘วิวตฺตมานา กาเยน, ยา เวณีสุ ปิฬนฺธนา.
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส, ตูริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา.
๖๘๔. ‘‘วฏํสกา วาตธุตา [วาตธูตา (สี. สฺยา.)], วาเตน สมฺปกมฺปิตา;
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส, ตูริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา.
๖๘๕. ‘‘ยาปิ เต สิรสฺมึ มาลา, สุจิคนฺธา มโนรมา;
วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา, รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา.
๖๘๖. ‘‘ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ [สุจึ คนฺธํ (สี.)], รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ [มานุสํ (ปี.)];
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.
๖๘๗. ‘‘ปภสฺสรํ อจฺจิมนฺตํ, วณฺณคนฺเธน สํยุตํ;
อโสกปุปฺผมาลาหํ, พุทฺธสฺส อุปนามยึ.
๖๘๘. ‘‘ตาหํ กมฺมํ กริตฺวาน, กุสลํ พุทฺธวณฺณิตํ;
อเปตโสกา สุขิตา, สมฺปโมทามนามยา’’ติ.
ปาริจฺฉตฺตกวิมานํ ทสมํ.
ปาริจฺฉตฺตกวคฺโค ตติโย นิฏฺฐิโต.
ตสฺสุทฺทานํ –
อุฬาโร อุจฺฉุ ปลฺลงฺโก, ลตา จ คุตฺติเลน จ;
ททฺทลฺลเปสมลฺลิกา, วิสาลกฺขิ ปาริจฺฉตฺตโก;
วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ.