๗. อุโปสถาวิมานวตฺถุ

๒๒๙. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๒๓๐. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ…เป…

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๒๓๒. สา เทวตา อตฺตมนา…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ.

๒๓๓. ‘‘อุโปสถาติ มํ อญฺญํสุ, สาเกตายํ อุปาสิกา;

สทฺธา สีเลน สมฺปนฺนา, สํวิภาครตา สทา.

๒๓๔. ‘‘อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ, เสนาสนํ ปทีปิยํ;

อทาสึ อุชุภูเตสุ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

๒๓๕. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ.

๒๓๖. ‘‘อุโปสถํ อุปวสิสฺสํ, สทา สีเลสุ สํวุตา;

สญฺญมา สํวิภาคา จ, วิมานํ อาวสามหํ.

๒๓๗. ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา, มุสาวาทา จ สญฺญตา;

เถยฺยา จ อติจารา จ, มชฺชปานา จ อารกา.

๒๓๘. ‘‘ปญฺจสิกฺขาปเท รตา, อริยสจฺจาน โกวิทา;

อุปาสิกา จกฺขุมโต, โคตมสฺส ยสสฺสิโน.

๒๓๙. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…

วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๒๔๑. ‘‘อภิกฺขณํ นนฺทนํ สุตฺวา, ฉนฺโท เม อุทปชฺชถ [อุปปชฺชถ (พหูสุ)];

ตตฺถ จิตฺตํ ปณิธาย, อุปปนฺนมฺหิ นนฺทนํ.

๒๔๒. ‘‘นากาสึ สตฺถุ วจนํ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;

หีเน จิตฺตํ ปณิธาย, สามฺหิ ปจฺฉานุตาปินี’’ติ.

๒๔๓. ‘‘กีว จิรํ วิมานมฺหิ, อิธ วจฺฉสุโปสเถ [วสฺสสุโปสเถ (สี.)];

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, ยทิ ชานาสิ อายุโน’’ติ.

๒๔๔. ‘‘สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ [สฏฺฐิ สตสหสฺสานิ (?)], ติสฺโส จ วสฺสโกฏิโย;

อิธ ฐตฺวา มหามุนิ, อิโต จุตา คมิสฺสามิ;

มนุสฺสานํ สหพฺยต’’นฺติ.

๒๔๕. ‘‘มา ตฺวํ อุโปสเถ ภายิ, สมฺพุทฺเธนาสิ พฺยากตา;

โสตาปนฺนา วิเสสยิ, ปหีนา ตว ทุคฺคตี’’ติ.

อุโปสถาวิมานํ สตฺตมํ.