๒. ลขุมาวิมานวตฺถุ

๑๗๓. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๑๗๔. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๗๕. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๗๖. สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;

ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ.

๑๗๗. ‘‘เกวฏฺฏทฺวารา นิกฺขมฺม, อหุ มยฺหํ นิเวสนํ;

ตตฺถ สญฺจรมานานํ, สาวกานํ มเหสินํ.

๑๗๘. ‘‘โอทนํ กุมฺมาสํ [สากํ (สี.)] ฑากํ, โลณโสวีรกญฺจหํ;

อทาสึ อุชุภูเตสุ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

๑๗๙. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ.

๑๘๐. ‘‘อุโปสถํ อุปวสิสฺสํ, สทา สีเลสุ สํวุตา;

สญฺญมา สํวิภาคา จ, วิมานํ อาวสามหํ.

๑๘๑. ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา, มุสาวาทา จ สญฺญตา;

เถยฺยา จ อติจารา จ, มชฺชปานา จ อารกา.

๑๘๒. ‘‘ปญฺจสิกฺขาปเท รตา, อริยสจฺจาน โกวิทา;

อุปาสิกา จกฺขุมโต, โคตมสฺส ยสสฺสิโน.

๑๘๓. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป… วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ.

‘‘มม จ, ภนฺเต, วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺเทยฺยาสิ – ‘ลขุมา นาม,ภนฺเต,อุปาสิกา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตี’ติ. อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ, ภนฺเต, ยํ มํ ภควา อญฺญตรสฺมึ สามญฺญผเล พฺยากเรยฺย [พฺยากเรยฺยาติ (?)]. ตํ ภควา สกทาคามิผเล พฺยากาสี’’ติ.

ลขุมาวิมานํ ทุติยํ.