๘. ตติยนาวาวิมานวตฺถุ

๖๓. ‘‘สุวณฺณจฺฉทนํ นาวํ, นาริ อารุยฺห ติฏฺฐสิ;

โอคาหสิ โปกฺขรณึ, ปทฺมํ ฉินฺทสิ ปาณินา.

๖๔. ‘‘กูฏาคารา นิเวสา เต, วิภตฺตา ภาคโส มิตา;

ททฺทลฺลมานา [ททฺทฬฺหมานา (ก.)] อาภนฺติ, สมนฺตา จตุโร ทิสา.

๖๕. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๖๖. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๖๗. สา เทวตา อตฺตมนา, สมฺพุทฺเธเนว ปุจฺฉิตา;

ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ.

๖๘. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก;

ทิสฺวาน ภิกฺขู ตสิเต กิลนฺเต, อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ อทาสึ.

๖๙. ‘‘โย เว กิลนฺตาน ปิปาสิตานํ, อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ ททาติ;

สีโตทกา ตสฺส ภวนฺติ นชฺโช, ปหูตมลฺยา พหุปุณฺฑรีกา.

๗๐. ‘‘ตํ อาปคา อนุปริยนฺติ สพฺพทา, สีโตทกา วาลุกสนฺถตา นที;

อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย, อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา.

๗๑. ‘‘ตํ ภูมิภาเคหิ อุเปตรูปํ, วิมานเสฏฺฐํ ภุสโสภมานํ;

ตสฺสีธ กมฺมสฺส อยํ วิปาโก, เอตาทิสํ ปุญฺญกตา ลภนฺติ.

๗๒. ‘‘กูฏาคารา นิเวสา เม, วิภตฺตา ภาคโส มิตา;

ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ, สมนฺตา จตุโร ทิสา.

๗๓. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๗๔. ‘‘อกฺขามิ เต พุทฺธ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ;

เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสติ;

เอตสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ, อตฺถาย พุทฺโธ อุทกํ อปายี’’ติ [อปาสีติ (สี. สฺยา. ปี.)].

ตติยนาวาวิมานํ อฏฺฐมํ.