๑๗. เกสการีวิมานวตฺถุ
๑๕๐. ‘‘อิทํ วิมานํ รุจิรํ ปภสฺสรํ, เวฬุริยถมฺภํ สตตํ สุนิมฺมิตํ;
สุวณฺณรุกฺเขหิ สมนฺตโมตฺถตํ, ฐานํ มมํ กมฺมวิปากสมฺภวํ.
๑๕๑. ‘‘ตตฺรูปปนฺนา ปุริมจฺฉรา อิมา, สตํ สหสฺสานิ สเกน กมฺมุนา;
ตุวํสิ อชฺฌุปคตา ยสสฺสินี, โอภาสยํ ติฏฺฐสิ ปุพฺพเทวตา.
๑๕๒. ‘‘สสี อธิคฺคยฺห ยถา วิโรจติ, นกฺขตฺตราชาริว ตารกาคณํ;
ตเถว ตฺวํ อจฺฉราสงฺคณํ [อจฺฉราสงฺคมํ (สี.)] อิมํ, ททฺทลฺลมานา ยสสา วิโรจสิ.
๑๕๓. ‘‘กุโต นุ อาคมฺม อโนมทสฺสเน, อุปปนฺนา ตฺวํ ภวนํ มมํ อิทํ;
พฺรหฺมํว เทวา ติทสา สหินฺทกา, สพฺเพ น ตปฺปามเส ทสฺสเนน ต’’นฺติ.
๑๕๔. ‘‘ยเมตํ สกฺก อนุปุจฺฉเส มมํ, ‘กุโต จุตา ตฺวํ อิธ อาคตา’ติ [กุโต จุตา อิธ อาคตา ตุวํ (สฺยา.), กุโต จุตาย อาคติ ตว (ปี.)];
พาราณสี นาม ปุรตฺถิ กาสินํ, ตตฺถ อโหสึ ปุเร เกสการิกา.
๑๕๕. ‘‘พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานสา, สงฺเฆ จ เอกนฺตคตา อสํสยา;
อขณฺฑสิกฺขาปทา อาคตปฺผลา, สมฺโพธิธมฺเม นิยตา อนามยา’’ติ.
๑๕๖. ‘‘ตนฺตฺยาภินนฺทามเส สฺวาคตญฺจ [สาคตญฺจ (สี.)] เต, ธมฺเมน จ ตฺวํ ยสสา วิโรจสิ;
พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานเส, สงฺเฆ จ เอกนฺตคเต อสํสเย;
อขณฺฑสิกฺขาปเท อาคตปฺผเล, สมฺโพธิธมฺเม นิยเต อนามเย’’ติ.
เกสการีวิมานํ สตฺตรสมํ.
ปีฐวคฺโค ปฐโม นิฏฺฐิโต.
ตสฺสุทฺทานํ –
ปญฺจ ปีฐา ตโย นาวา, ทีปติลทกฺขิณา เทฺว;
ปติ เทฺว สุณิสา อุตฺตรา, สิริมา เกสการิกา;
วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ.