๑๕. อุตฺตราวิมานวตฺถุ
๑๒๔. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.
๑๒๕. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๒๖. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๑๒๗. สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ.
๑๒๘. ‘‘อิสฺสา จ มจฺเฉรมโถ [มจฺฉริยมโถ จ (ก.)] ปฬาโส, นาโหสิ มยฺหํ ฆรมาวสนฺติยา;
อกฺโกธนา ภตฺตุวสานุวตฺตินี, อุโปสเถ นิจฺจหมปฺปมตฺตา.
๑๒๙. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ [ยาว (สี. อฏฺฐ., ก. อฏฺฐ.) เถรีคาถาอฏฺฐกถา ปสฺสิตพฺพา] ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;
ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ.
๑๓๐. ‘‘อุโปสถํ อุปวสิสฺสํ, สทา สีเลสุ สํวุตา;
สญฺญมา สํวิภาคา จ, วิมานํ อาวสามหํ [อาวสามิมํ (สี. อฏฺฐ., ก.) ปรโต ปน สพฺพตฺถปิ ‘‘อาวสามหํ’’ อิจฺเจว ทิสฺสติ].
๑๓๑. ‘‘ปาณาติปาตา วิรตา, มุสาวาทา จ สญฺญตา;
เถยฺยา จ อติจารา จ, มชฺชปานา จ อารกา [อารตา (?)].
๑๓๒. ‘‘ปญฺจสิกฺขาปเท รตา, อริยสจฺจาน โกวิทา;
อุปาสิกา จกฺขุมโต, โคตมสฺส ยสสฺสิโน.
๑๓๓. ‘‘สาหํ สเกน สีเลน, ยสสา จ ยสสฺสินี;
อนุโภมิ สกํ ปุญฺญํ, สุขิตา จมฺหินามยา.
๑๓๔. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๓๕. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมหํ อกาสึ;
เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ.
๑๓๖. ‘‘มม จ, ภนฺเต, วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺเทยฺยาสิ – ‘อุตฺตรา นาม, ภนฺเต, อุปาสิกา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตี’ติ. อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ, ภนฺเต, ยํ มํ ภควา อญฺญตรสฺมึ สามญฺญผเล พฺยากเรยฺย [พฺยากเรยฺยาติ (?)], ตํ ภควา สกทาคามิผเล พฺยากาสี’’ติ.
อุตฺตราวิมานํ ปนฺนรสมํ.