นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขุทฺทกนิกาเย
อุทานปาฬิ
๑. โพธิวคฺโค
๑. ปฐมโพธิสุตฺตํ
๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร โพธิรุกฺขมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. เตน โข ปน สมเยน ภควา สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน โหติ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที [วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวที (สฺยา. ปี. ก.)]. อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา รตฺติยา ปฐมํ ยามํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ อนุโลมํ สาธุกํ มนสากาสิ –
‘‘อิติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ, ยทิทํ – อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา, เวทนาปจฺจยา ตณฺหา, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ, อุปาทานปจฺจยา ภโว, ภวปจฺจยา ชาติ, ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา,
อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส;
อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา,
ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺม’’นฺติ. ปฐมํ;
๒. ทุติยโพธิสุตฺตํ
๒. เอวํ เม สุตํ – เอก สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร โพธิรุกฺขมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. เตน โข ปน สมเยน ภควา สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน โหติ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที. อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปฏิโลมํ สาธุกํ มนสากาสิ –
‘‘อิติ อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ, ยทิทํ – อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธ, สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ, วิญฺญาณนิโรธา นามรูปนิโรโธ, นามรูปนิโรธา สฬายตนนิโรโธ, สฬายตนนิโรธา ผสฺสนิโรโธ, ผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธ, เวทนานิโรธา ตณฺหานิโรโธ, ตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธ, อุปาทานนิโรธา ภวนิโรโธ, ภวนิโรธา ชาตินิโรโธ, ชาตินิโรธา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา นิรุชฺฌนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา,
อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส;
อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา,
ยโต ขยํ ปจฺจยานํ อเวที’’ติ. ทุติยํ;
๓. ตติยโพธิสุตฺตํ
๓. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร โพธิรุกฺขมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. เตน โข ปน สมเยน ภควา สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน โหติ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที. อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา รตฺติยา ปจฺฉิมํ ยามํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ อนุโลมปฏิโลมํ สาธุกํ มนสากาสิ –
‘‘อิติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ, อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ; ยทิทํ – อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา, เวทนาปจฺจยา ตณฺหา, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ, อุปาทานปจฺจยา ภโว, ภวปจฺจยา ชาติ, ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ.
‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ, สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ, วิญฺญาณนิโรธา นามรูปนิโรโธ, นามรูปนิโรธา สฬายตนนิโรโธ, สฬายตนนิโรธา ผสฺสนิโรโธ, ผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธ, เวทนานิโรธา ตณฺหานิโรโธ, ตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธ, อุปาทานนิโรธา ภวนิโรโธ, ภวนิโรธา ชาตินิโรโธ, ชาตินิโรธา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา นิรุชฺฌนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา,
อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส;
วิธูปยํ ติฏฺฐติ มารเสนํ,
สูริโยว [สุริโยว (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] โอภาสยมนฺตลิกฺข’’นฺติ. ตติยํ;
๔. หุํหุงฺกสุตฺตํ
๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร อชปาลนิโคฺรเธ ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. เตน โข ปน สมเยน ภควา สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน โหติ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที. อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐาสิ.
อถ โข อญฺญตโร หุํหุงฺกชาติโก [หุหุงฺกชาติโก (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, โภ โคตม, พฺราหฺมโณ โหติ, กตเม จ ปน พฺราหฺมณกรณา [พฺราหฺมณการกา (ก.)] ธมฺมา’’ติ?
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘โย พฺราหฺมโณ พาหิตปาปธมฺโม,
นิหุํหุงฺโก [นิหุหุงฺโก (สี. สฺยา. กํ ปี.)] นิกฺกสาโว ยตตฺโต;
เวทนฺตคู วูสิตพฺรหฺมจริโย,
ธมฺเมน โส พฺรหฺมวาทํ วเทยฺย;
ยสฺสุสฺสทา นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเก’’ติ. จตุตฺถํ;
๕. พฺราหฺมณสุตฺตํ
๕. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา จ สาริปุตฺโต อายสฺมา จ มหาโมคฺคลฺลาโน อายสฺมา จ มหากสฺสโป อายสฺมา จ มหากจฺจาโน [มหากจฺจายโน (สี. ปี. ก.)] อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโก อายสฺมา จ มหากปฺปิโน อายสฺมา จ มหาจุนฺโท อายสฺมา จ อนุรุทฺโธ อายสฺมา จ เรวโต อายสฺมา จ นนฺโท [อานนฺโท (สี. ปี.)] เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ.
อทฺทสา โข ภควา เต อายสฺมนฺเต ทูรโตว อาคจฺฉนฺเต; ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘เอเต, ภิกฺขเว, พฺราหฺมณา อาคจฺฉนฺติ; เอเต, ภิกฺขเว, พฺราหฺมณา อาคจฺฉนฺตี’’ติ. เอวํ วุตฺเต, อญฺญตโร พฺราหฺมณชาติโก ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, พฺราหฺมโณ โหติ, กตเม จ ปน พฺราหฺมณกรณา ธมฺมา’’ติ?
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘พาหิตฺวา ปาปเก ธมฺเม, เย จรนฺติ สทา สตา;
ขีณสํโยชนา พุทฺธา, เต เว [เตว (สี.)] โลกสฺมิ พฺราหฺมณา’’ติ. ปญฺจมํ;
๖. มหากสฺสปสุตฺตํ
๖. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา มหากสฺสโป ปิปฺปลิคุหายํ [ปิปฺผลิคุหายํ (สฺยา.), สิมฺพลิคุหายํ (ก.)] วิหรติ อาพาธิโก [อาพาธิโก โหติ (สฺยา. ปี.)] ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป อปเรน สมเยน ตมฺหา อาพาธา วุฏฺฐาสิ. อถ โข อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส ตมฺหา อาพาธา วุฏฺฐิตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ยํนูนาหํ ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิเสยฺย’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ปญฺจมตฺตานิ เทวตาสตานิ อุสฺสุกฺกํ อาปนฺนานิ โหนฺติ อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส ปิณฺฑปาตปฏิลาภาย. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป ตานิ ปญฺจมตฺตานิ เทวตาสตานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ – เยน ทลิทฺทวิสิขา กปณวิสิขา เปสการวิสิขา. อทฺทสา โข ภควา อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตํ เยน ทลิทฺทวิสิขา กปณวิสิขา เปสการวิสิขา.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘อนญฺญโปสิมญฺญาตํ, ทนฺตํ สาเร ปติฏฺฐิตํ;
ขีณาสวํ วนฺตโทสํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. ฉฏฺฐํ;
๗. อชกลาปกสุตฺตํ
๗. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ปาวายํ [ปาฏลิยํ (ปี.)] วิหรติ อชกลาปเก เจติเย, อชกลาปกสฺส ยกฺขสฺส ภวเน. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺตนฺธการติมิสายํ อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหติ; เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ. อถ โข อชกลาปโก ยกฺโข ภควโต ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต อวิทูเร ติกฺขตฺตุํ ‘‘อกฺกุโล ปกฺกุโล’’ติ อกฺกุลปกฺกุลิกํ อกาสิ – ‘‘เอโส เต, สมณ, ปิสาโจ’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘ยทา สเกสุ ธมฺเมสุ, ปารคู โหติ พฺราหฺมโณ;
อถ เอตํ ปิสาจญฺจ, ปกฺกุลญฺจาติวตฺตตี’’ติ. สตฺตมํ;
๘. สงฺคามชิสุตฺตํ
๘. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สงฺคามชิ สาวตฺถึ อนุปฺปตฺโต โหติ ภควนฺตํ ทสฺสนาย. อสฺโสสิ โข อายสฺมโต สงฺคามชิสฺส ปุราณทุติยิกา – ‘‘อยฺโย กิร สงฺคามชิ สาวตฺถึ อนุปฺปตฺโต’’ติ. สา ทารกํ อาทาย เชตวนํ อคมาสิ.
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สงฺคามชิ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสินฺโน โหติ. อถ โข อายสฺมโต สงฺคามชิสฺส ปุราณทุติยิกา เยนายสฺมา สงฺคามชิ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สงฺคามชึ เอตทโวจ – ‘‘ขุทฺทปุตฺตญฺหิ [ขุทฺทปุตฺตามฺหิ (สี.)], สมณ, โปส ม’’นฺติ. เอวํ วุตฺเต, อายสฺมา สงฺคามชิ ตุณฺหี อโหสิ.
ทุติยมฺปิ โข อายสฺมโต สงฺคามชิสฺส ปุราณทุติยิกา อายสฺมนฺตํ สงฺคามชึ เอตทโวจ – ‘‘ขุทฺทปุตฺตญฺหิ, สมณ, โปส ม’’นฺติ. ทุติยมฺปิ โข อายสฺมา สงฺคามชิ ตุณฺหี อโหสิ.
ตติยมฺปิ โข อายสฺมโต สงฺคามชิสฺส ปุราณทุติยิกา อายสฺมนฺตํ สงฺคามชึ เอตทโวจ – ‘‘ขุทฺทปุตฺตญฺหิ, สมณ, โปส ม’’นฺติ. ตติยมฺปิ โข อายสฺมา สงฺคามชิ ตุณฺหี อโหสิ.
อถ โข อายสฺมโต สงฺคามชิสฺส ปุราณทุติยิกา ตํ ทารกํ อายสฺมโต สงฺคามชิสฺส ปุรโต นิกฺขิปิตฺวา ปกฺกามิ [ปกฺกมิ (ก.) เอวมุปริปิ] – ‘‘เอโส [เอส (สี. ก.)] เต, สมณ, ปุตฺโต; โปส น’’นฺติ.
อถ โข อายสฺมา สงฺคามชิ ตํ ทารกํ เนว โอโลเกสิ นาปิ อาลปิ. อถ โข อายสฺมโต สงฺคามชิสฺส ปุราณทุติยิกา อวิทูรํ [อวิทูเร (สฺยา. ปี.)] คนฺตฺวา อปโลเกนฺตี อทฺทส อายสฺมนฺตํ สงฺคามชึ ตํ ทารกํ เนว โอโลเกนฺตํ นาปิ อาลปนฺตํ, ทิสฺวานสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘น จายํ สมโณ ปุตฺเตนปิ อตฺถิโก’’ติ. ตโต ปฏินิวตฺติตฺวา ทารกํ อาทาย ปกฺกามิ. อทฺทสา โข ภควา ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน อายสฺมโต สงฺคามชิสฺส ปุราณทุติยิกาย เอวรูปํ วิปฺปการํ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘อายนฺตึ นาภินนฺทติ, ปกฺกมนฺตึ น โสจติ;
สงฺคา สงฺคามชึ มุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. อฏฺฐมํ;
๙. ชฏิลสุตฺตํ
๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา คยายํ วิหรติ คยาสีเส. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ชฏิลา สีตาสุ เหมนฺติกาสุ รตฺตีสุ อนฺตรฏฺฐเก หิมปาตสมเย คยายํ อุมฺมุชฺชนฺติปิ นิมุชฺชนฺติปิ, อุมฺมุชฺชนิมุชฺชมฺปิ กโรนฺติ โอสิญฺจนฺติปิ, อคฺคิมฺปิ ชุหนฺติ – ‘‘อิมินา สุทฺธี’’ติ.
อทฺทสา โข ภควา เต สมฺพหุเล ชฏิเล สีตาสุ เหมนฺติกาสุ รตฺตีสุ อนฺตรฏฺฐเก หิมปาตสมเย คยายํ อุมฺมุชฺชนฺเตปิ นิมุชฺชนฺเตปิ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชมฺปิ กโรนฺเต [อุมฺมุชฺชนิมุชฺชํ กโรนฺเตปิ (สี. ปี. ก.)] โอสิญฺจนฺเตปิ อคฺคิมฺปิ ชุหนฺเต – ‘‘อิมินา สุทฺธี’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘น อุทเกน สุจี โหตี, พเหฺวตฺถ นฺหายตี [นหายตี (สี.)] ชโน;
ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ, โส สุจี โส จ พฺราหฺมโณ’’ติ. นวมํ;
๑๐. พาหิยสุตฺตํ
๑๐. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน พาหิโย ทารุจีริโย สุปฺปารเก ปฏิวสติ สมุทฺทตีเร สกฺกโต ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. อถ โข พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘เย โข เกจิ โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา, อหํ เตสํ อญฺญตโร’’ติ.
อถ โข พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส ปุราณสาโลหิตา เทวตา อนุกมฺปิกา อตฺถกามา พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เยน พาหิโย ทารุจีริโย เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา พาหิยํ ทารุจีริยํ เอตทโวจ – ‘‘เนว โข ตฺวํ, พาหิย, อรหา, นาปิ อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน. สาปิ เต ปฏิปทา นตฺถิ ยาย ตฺวํ อรหา วา อสฺส [อสฺสสิ (สฺยา. ก.)] อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน’’ติ.
‘‘อถ เก จรหิ สเทวเก โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโน’’ติ? ‘‘อตฺถิ, พาหิย, อุตฺตเรสุ ชนปเทสุ [ชนปเท (สี.)] สาวตฺถิ นาม นครํ. ตตฺถ โส ภควา เอตรหิ วิหรติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. โส หิ, พาหิย, ภควา อรหา เจว อรหตฺตาย จ ธมฺมํ เทเสตี’’ติ.
อถ โข พาหิโย ทารุจีริโย ตาย เทวตาย สํเวชิโต ตาวเทว สุปฺปารกมฺหา ปกฺกามิ. สพฺพตฺถ เอกรตฺติปริวาเสน เยน สาวตฺถิ เชตวนํ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม เตนุปสงฺกมิ. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู อพฺโภกาเส จงฺกมนฺติ. อถ โข พาหิโย ทารุจีริโย เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู เอตทโวจ – ‘‘กหํ นุ โข, ภนฺเต, เอตรหิ ภควา วิหรติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ? ทสฺสนกามมฺหา มยํ ตํ ภควนฺตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธ’’นฺติ. ‘‘อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ โข, พาหิย, ภควา ปิณฺฑายา’’ติ.
อถ โข พาหิโย ทารุจีริโย ตรมานรูโป เชตวนา นิกฺขมิตฺวา สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา อทฺทส ภควนฺตํ สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ปาสาทิกํ ปสาทนียํ สนฺตินฺทฺริยํ สนฺตมานสํ อุตฺตมทมถสมถมนุปฺปตฺตํ ทนฺตํ คุตฺตํ ยตินฺทฺริยํ นาคํ. ทิสฺวาน เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปาเท สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เทเสตุ เม, ภนฺเต ภควา, ธมฺมํ; เทเสตุ, สุคโต, ธมฺมํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. เอวํ วุตฺเต, ภควา พาหิยํ ทารุจีริยํ เอตทโวจ – ‘‘อกาโล โข ตาว, พาหิย, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหา ปิณฺฑายา’’ติ.
ทุติยมฺปิ โข พาหิโย ทารุจีริโย ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ทุชฺชานํ โข ปเนตํ, ภนฺเต, ภควโต วา ชีวิตนฺตรายานํ, มยฺหํ วา ชีวิตนฺตรายานํ. เทเสตุ เม, ภนฺเต ภควา, ธมฺมํ; เทเสตุ, สุคโต, ธมฺมํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. ทุติยมฺปิ โข ภควา พาหิยํ ทารุจีริยํ เอตทโวจ – ‘‘อกาโล โข ตาว, พาหิย, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหา ปิณฺฑายา’’ติ.
ตติยมฺปิ โข พาหิโย ทารุจีริโย ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ทุชฺชานํ โข ปเนตํ, ภนฺเต, ภควโต วา ชีวิตนฺตรายานํ, มยฺหํ วา ชีวิตนฺตรายานํ. เทเสตุ เม ภนฺเต ภควา, ธมฺมํ; เทเสตุ, สุคโต, ธมฺมํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ.
‘‘ตสฺมาติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ, สุเต สุตมตฺตํ ภวิสฺสติ, มุเต มุตมตฺตํ ภวิสฺสติ, วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตํ ภวิสฺสตี’ติ. เอวญฺหิ เต, พาหิย, สิกฺขิตพฺพํ. ยโต โข เต, พาหิย, ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ, สุเต สุตมตฺตํ ภวิสฺสติ, มุเต มุตมตฺตํ ภวิสฺสติ, วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตํ ภวิสฺสติ, ตโต ตฺวํ, พาหิย, น เตน; ยโต ตฺวํ, พาหิย, น เตน ตโต ตฺวํ, พาหิย, น ตตฺถ; ยโต ตฺวํ, พาหิย, น ตตฺถ, ตโต ตฺวํ, พาหิย, เนวิธ น หุรํ น อุภยมนฺตเรน. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’’ติ.
อถ โข พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส ภควโต อิมาย สํขิตฺตาย ธมฺมเทสนาย ตาวเทว อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจิ.
อถ โข ภควา พาหิยํ ทารุจีริยํ อิมินา สํขิตฺเตน โอวาเทน โอวทิตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต พาหิยํ ทารุจีริยํ คาวี ตรุณวจฺฉา อธิปติตฺวา [อธิปาเตตฺวา (สี. สฺยา. ปี.), อธิปาติตฺวา (ก.)] ชีวิตา โวโรเปสิ.
อถ โข ภควา สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ นครมฺหา นิกฺขมิตฺวา อทฺทส พาหิยํ ทารุจีริยํ กาลงฺกตํ [กาลกตํ (สี. สฺยา. กํ.)]; ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘คณฺหถ, ภิกฺขเว, พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส สรีรกํ; มญฺจกํ อาโรเปตฺวา นีหริตฺวา ฌาเปถ; ถูปญฺจสฺส กโรถ. สพฺรหฺมจารี โว, ภิกฺขเว, กาลงฺกโต’’ติ.
‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส สรีรกํ มญฺจกํ อาโรเปตฺวา นีหริตฺวา ฌาเปตฺวา ถูปญฺจสฺส กตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘ทฑฺฒํ, ภนฺเต, พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส สรีรํ, ถูโป จสฺส กโต. ตสฺส กา คติ, โก อภิสมฺปราโย’’ติ? ‘‘ปณฺฑิโต, ภิกฺขเว, พาหิโย ทารุจีริโย ปจฺจปาทิ ธมฺมสฺสานุธมฺมํ; น จ มํ ธมฺมาธิกรณํ วิเหเสสิ. ปรินิพฺพุโต, ภิกฺขเว, พาหิโย ทารุจีริโย’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘ยตฺถ อาโป จ ปถวี, เตโช วาโย น คาธติ;
น ตตฺถ สุกฺกา โชตนฺติ, อาทิจฺโจ นปฺปกาสติ;
น ตตฺถ จนฺทิมา ภาติ, ตโม ตตฺถ น วิชฺชติ.
‘‘ยทา จ อตฺตนาเวทิ [เวธี (ก.)], มุนิ โมเนน พฺราหฺมโณ;
อถ รูปา อรูปา จ, สุขทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ. ทสมํ;
(อยมฺปิ อุทาโน วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ.) [( ) สฺยามโปตฺถเก นตฺถิ]
โพธิวคฺโค ปฐโม นิฏฺฐิโต.
ตสฺสุทฺทานํ –
ตโย โพธิ จ หุํหุงฺโก [ตโย จ โพธิ นิโคฺรโธ (สพฺพตฺถ)], พฺราหฺมโณ [เต เถรา (สี. สฺยา. ปี.), เถโร (ก.)] กสฺสเปน จ;
อช [ปาวาย (สี. สฺยา.), ปาฏลิยํ (ปี.), ปาวา (ก.)] สงฺคาม ชฏิลา, พาหิเยนาติ เต ทสาติ.
๒. มุจลินฺทวคฺโค
๑. มุจลินฺทสุตฺตํ
๑๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร มุจลินฺทมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. เตน โข ปน สมเยน ภควา สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน โหติ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที.
เตน โข ปน สมเยน มหา อกาลเมโฆ อุทปาทิ สตฺตาหวทฺทลิกา สีตวาตทุทฺทินี. อถ โข มุจลินฺโท นาคราชา สกภวนา นิกฺขมิตฺวา ภควโต กายํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ วิหจฺจ อฏฺฐาสิ – ‘‘มา ภควนฺตํ สีตํ, มา ภควนฺตํ อุณฺหํ, มา ภควนฺตํ ฑํสมกสวาตาตปสรีสป [สิรึสป (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] สมฺผสฺโส’’ติ.
อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐาสิ. อถ โข มุจลินฺโท นาคราชา วิทฺธํ วิคตวลาหกํ เทวํ วิทิตฺวา ภควโต กายา โภเค วินิเวเฐตฺวา สกวณฺณํ ปฏิสํหริตฺวา มาณวกวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา ภควโต ปุรโต อฏฺฐาสิ ปญฺชลิโก ภควนฺตํ นมสฺสมาโน.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส, สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต;
อพฺยาปชฺชํ สุขํ โลเก, ปาณภูเตสุ สํยโม.
‘‘สุขา วิราคตา โลเก, กามานํ สมติกฺกโม;
อสฺมิมานสฺส โย วินโย, เอตํ เว ปรมํ สุข’’นฺติ. ปฐมํ;
๒. ราชสุตฺตํ
๑๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลานํ ภิกฺขูนํ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตานํ อุปฏฺฐานสาลายํ สนฺนิสินฺนานํ สนฺนิปติตานํ อยมนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘‘โก นุ โข, อาวุโส, อิเมสํ ทฺวินฺนํ ราชูนํ มหทฺธนตโร วา มหาโภคตโร วา มหาโกสตโร วา มหาวิชิตตโร วา มหาวาหนตโร วา มหพฺพลตโร วา มหิทฺธิกตโร วา มหานุภาวตโร วา ราชา วา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร, ราชา วา ปเสนทิ โกสโล’’ติ? อยญฺจรหิ เตสํ ภิกฺขูนํ อนฺตรากถา โหติ วิปฺปกตา.
อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนุปฏฺฐานสาลา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. นิสชฺช โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา สนฺนิปติตา, กา จ ปน โว อนฺตรากถา วิปฺปกตา’’ติ?
‘‘อิธ, ภนฺเต, อมฺหากํ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตานํ อุปฏฺฐานสาลายํ สนฺนิสินฺนานํ สนฺนิปติตานํ อยมนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘โก นุ โข, อาวุโส, อิเมสํ ทฺวินฺนํ ราชูนํ มหทฺธนตโร วา มหาโภคตโร วา มหาโกสตโร วา มหาวิชิตตโร วา มหาวาหนตโร วา มหพฺพลตโร วา มหิทฺธิกตโร วา มหานุภาวตโร วา ราชา วา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร, ราชา วา ปเสนทิ โกสโล’ติ? อยํ โข โน, ภนฺเต, อนฺตรากถา วิปฺปกตา, อถ ภควา อนุปฺปตฺโต’’ติ.
‘‘น เขฺวตํ, ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ ปติรูปํ กุลปุตฺตานํ สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตานํ ยํ ตุเมฺห เอวรูปึ กถํ กเถยฺยาถ. สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณียํ – ธมฺมี วา กถา อริโย วา ตุณฺหีภาโว’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘ยญฺจ กามสุขํ โลเก, ยญฺจิทํ ทิวิยํ สุขํ;
ตณฺหกฺขยสุขสฺเสเต, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสิ’’นฺติ. ทุติยํ;
๓. ทณฺฑสุตฺตํ
๑๓. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา กุมารกา อนฺตรา จ สาวตฺถึ อนฺตรา จ เชตวนํ อหึ ทณฺเฑน หนนฺติ. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อทฺทสา โข ภควา สมฺพหุเล กุมารเก อนฺตรา จ สาวตฺถึ อนฺตรา จ เชตวนํ อหึ ทณฺเฑน หนนฺเต.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘สุขกามานิ ภูตานิ, โย ทณฺเฑน วิหึสติ;
อตฺตโน สุขเมสาโน, เปจฺจ โส น ลภเต สุขํ.
‘‘สุขกามานิ ภูตานิ, โย ทณฺเฑน น หึสติ;
อตฺตโน สุขเมสาโน, เปจฺจ โส ลภเต สุข’’นฺติ. ตติยํ;
๔. สกฺการสุตฺตํ
๑๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต, ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. ภิกฺขุสงฺโฆปิ สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต, ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. อญฺญติตฺถิยา ปน ปริพฺพาชกา อสกฺกตา โหนฺติ อครุกตา อมานิตา [น อปจิตา (สฺยา. ปี.)] อปูชิตา อนปจิตา, น ลาภิโน จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. อถ โข เต อญฺญติตฺถิยา ปริพฺพาชกา ภควโต สกฺการํ อสหมานา ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ คาเม จ อรญฺเญ จ ภิกฺขู ทิสฺวา อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ โรเสนฺติ วิเหเสนฺติ.
อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘เอตรหิ, ภนฺเต, ภควา สกฺกโต ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต, ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. ภิกฺขุสงฺโฆปิ สกฺกโต ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต, ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. อญฺญติตฺถิยา ปน ปริพฺพาชกา อสกฺกตา อครุกตา อมานิตา อปูชิตา อนปจิตา, น ลาภิโน จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. อถ โข เต, ภนฺเต, อญฺญติตฺถิยา ปริพฺพาชกา ภควโต สกฺการํ อสหมานา ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ คาเม จ อรญฺเญ จ ภิกฺขู ทิสฺวา อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ โรเสนฺติ วิเหสนฺตี’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘คาเม อรญฺเญ สุขทุกฺขผุฏฺโฐ,
เนวตฺตโต โน ปรโต ทเหถ;
ผุสนฺติ ผสฺสา อุปธึ ปฏิจฺจ,
นิรูปธึ เกน ผุเสยฺยุ ผสฺสา’’ติ. จตุตฺถํ;
๕. อุปาสกสุตฺตํ
๑๕. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร อิจฺฉานงฺคลโก อุปาสโก สาวตฺถึ อนุปฺปตฺโต โหติ เกนจิเทว กรณีเยน. อถ โข โส อุปาสโก สาวตฺถิยํ ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ตํ อุปาสกํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘จิรสฺสํ โข ตฺวํ, อุปาสก, อิมํ ปริยายมกาสิ ยทิทํ อิธาคมนายา’’ติ.
‘‘จิรปฏิกาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุกาโม, อปิ จาหํ เกหิจิ เกหิจิ กิจฺจกรณีเยหิ พฺยาวโฏ. เอวาหํ นาสกฺขึ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุ’’นฺติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘สุขํ วต ตสฺส น โหติ กิญฺจิ,
สงฺขาตธมฺมสฺส พหุสฺสุตสฺส;
สกิญฺจนํ ปสฺส วิหญฺญมานํ,
ชโน ชนสฺมึ ปฏิพนฺธรูโป’’ติ. ปญฺจมํ;
๖. คพฺภินีสุตฺตํ
๑๖. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ปริพฺพาชกสฺส ทหรมาณวิกา ปชาปติ โหติ คพฺภินี อุปวิชญฺญา. อถ โข สา ปริพฺพาชิกา ตํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจ – ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, พฺราหฺมณ, เตลํ อาหร, ยํ เม วิชาตาย ภวิสฺสตี’’ติ.
เอวํ วุตฺเต, โส ปริพฺพาชโก ตํ ปริพฺพาชิกํ เอตทโวจ – ‘‘กุโต ปนาหํ, โภติ [โภติยา (สฺยา. ปี. ก.)], เตลํ อาหรามี’’ติ? ทุติยมฺปิ โข สา ปริพฺพาชิกา ตํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจ – ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, พฺราหฺมณ, เตลํ อาหร, ยํ เม วิชาตาย ภวิสฺสตี’’ติ. ทุติยมฺปิ โข โส ปริพฺพาชิโก ตํ ปริพฺพาชิกํ เอตทโวจ – ‘‘กุโต ปนาหํ, โภติ, เตลํ อาหรามี’’ติ? ตติยมฺปิ โข สา ปริพฺพาชิกา ตํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจ – ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, พฺราหฺมณ, เตลํ อาหร, ยํ เม วิชาตาย ภวิสฺสตี’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส โกฏฺฐาคาเร สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา สปฺปิสฺส วา เตลสฺส วา ยาวทตฺถํ ปาตุํ ทียติ [ทิยฺยติ (สี. ก.)], โน นีหริตุํ.
อถ โข ตสฺส ปริพฺพาชกสฺส เอตทโหสิ – ‘‘รญฺโญ โข ปน ปเสนทิสฺส โกสลสฺส โกฏฺฐาคาเร สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา สปฺปิสฺส วา เตลสฺส วา ยาวทตฺถํ ปาตุํ ทียติ, โน นีหริตุํ. ยํนูนาหํ รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส โกฏฺฐาคารํ คนฺตฺวา เตลสฺส ยาวทตฺถํ ปิวิตฺวา ฆรํ อาคนฺตฺวา อุจฺฉทฺทิตฺวาน [อุคฺคิริตฺวาน (สี. สฺยา. ปี.), อุจฺฉทิตฺวา (สี. สฺยา. อฏฺฐ.), อุจฺฉฑฺฑิตฺวาน (ก.)] ทเทยฺยํ, ยํ อิมิสฺสา วิชาตาย ภวิสฺสตี’’ติ.
อถ โข โส ปริพฺพาชโก รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส โกฏฺฐาคารํ คนฺตฺวา เตลสฺส ยาวทตฺถํ ปิวิตฺวา ฆรํ อาคนฺตฺวา เนว สกฺโกติ อุทฺธํ กาตุํ, น ปน อโธ. โส ทุกฺขาหิ ติพฺพาหิ [ติปฺปาหิ (สฺยา.)] ขราหิ กฏุกาหิ เวทนาหิ ผุฏฺโฐ อาวฏฺฏติ ปริวฏฺฏติ.
อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อทฺทสา โข ภควา ตํ ปริพฺพาชกํ ทุกฺขาหิ ติพฺพาหิ ขราหิ กฏุกาหิ เวทนาหิ ผุฏฺฐํ อาวฏฺฏมานํ ปริวฏฺฏมานํ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘สุขิโน วต เย อกิญฺจนา,
เวทคุโน หิ ชนา อกิญฺจนา;
สกิญฺจนํ ปสฺส วิหญฺญมานํ,
ชโน ชนสฺมึ ปฏิพนฺธจิตฺโต’’ [ปฏิพทฺธจิตฺโต (สฺยา.), ปฏิพนฺธรุโป (?)] ติ. ฉฏฺฐํ;
๗. เอกปุตฺตกสุตฺตํ
๑๗. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส อุปาสกสฺส เอกปุตฺตโก ปิโย มนาโป กาลงฺกโต โหติ.