๑๙. ปญฺญาสนิปาโต
๑. ตาลปุฏตฺเถรคาถา
๑๐๙๔. ‘‘กทา นุหํ ปพฺพตกนฺทราสุ, เอกากิโย อทฺทุติโย วิหสฺสํ;
อนิจฺจโต สพฺพภวํ วิปสฺสํ, ตํ เม อิทํ ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๐๙๕. ‘‘กทา นุหํ ภินฺนปฏนฺธโร มุนิ, กาสาววตฺโถ อมโม นิราโส;
ราคญฺจ โทสญฺจ ตเถว โมหํ, หนฺตฺวา สุขี ปวนคโต วิหสฺสํ.
๑๐๙๖. ‘‘กทา อนิจฺจํ วธโรคนีฬํ, กายํ อิมํ มจฺจุชรายุปทฺทุตํ;
วิปสฺสมาโน วีตภโย วิหสฺสํ, เอโก วเน ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๐๙๗. ‘‘กทา นุหํ ภยชนนึ ทุขาวหํ, ตณฺหาลตํ พหุวิธานุวตฺตนึ;
ปญฺญามยํ ติขิณมสึ คเหตฺวา, เฉตฺวา วเส ตมฺปิ กทา ภวิสฺสติ.
๑๐๙๘. ‘‘กทา นุ ปญฺญามยมุคฺคเตชํ, สตฺถํ อิสีนํ สหสาทิยิตฺวา;
มารํ สเสนํ สหสา ภญฺชิสฺสํ, สีหาสเน ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๐๙๙. ‘‘กทา นุหํ สพฺภิ สมาคเมสุ, ทิฏฺโฐ ภเว ธมฺมครูหิ ตาทิภิ;
ยาถาวทสฺสีหิ ชิตินฺทฺริเยหิ, ปธานิโย ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๑๐๐. ‘‘กทา นุ มํ ตนฺทิ ขุทา ปิปาสา, วาตาตปา กีฏสรีสปา วา;
น พาธยิสฺสนฺติ น ตํ คิริพฺพเช, อตฺถตฺถิยํ ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๑๐๑. ‘‘กทา นุ โข ยํ วิทิตํ มเหสินา, จตฺตาริ สจฺจานิ สุทุทฺทสานิ;
สมาหิตตฺโต สติมา อคจฺฉํ, ปญฺญาย ตํ ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๑๐๒. ‘‘กทา นุ รูเป อมิเต จ สทฺเท, คนฺเธ รเส ผุสิตพฺเพ จ ธมฺเม;
อาทิตฺตโตหํ สมเถหิ ยุตฺโต, ปญฺญาย ทจฺฉํ ตทิทํ กทา เม.
๑๑๐๓. ‘‘กทา นุหํ ทุพฺพจเนน วุตฺโต, ตโตนิมิตฺตํ วิมโน น เหสฺสํ;
อโถ ปสตฺโถปิ ตโตนิมิตฺตํ, ตุฏฺโฐ น เหสฺสํ ตทิทํ กทา เม.
๑๑๐๔. ‘‘กทา นุ กฏฺเฐ จ ติเณ ลตา จ, ขนฺเธ อิเมหํ อมิเต จ ธมฺเม;
อชฺฌตฺติกาเนว จ พาหิรานิ จ, สมํ ตุเลยฺยํ ตทิทํ กทา เม.
๑๑๐๕. ‘‘กทา นุ มํ ปาวุสกาลเมโฆ, นเวน โตเยน สจีวรํ วเน;
อิสิปฺปยาตมฺหิ ปเถ วชนฺตํ, โอวสฺสเต ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๑๐๖. ‘‘กทา มยูรสฺส สิขณฺฑิโน วเน, ทิชสฺส สุตฺวา คิริคพฺภเร รุตํ;
ปจฺจุฏฺฐหิตฺวา อมตสฺส ปตฺติยา, สํจินฺตเย ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๑๐๗. ‘‘กทา นุ คงฺคํ ยมุนํ สรสฺสตึ, ปาตาลขิตฺตํ วฬวามุขญฺจ [พลวามุขญฺจ (ก.)];
อสชฺชมาโน ปตเรยฺยมิทฺธิยา, วิภึสนํ ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๑๐๘. ‘‘กทา นุ นาโคว อสงฺคจารี, ปทาลเย กามคุเณสุ ฉนฺทํ;
นิพฺพชฺชยํ สพฺพสุภํ นิมิตฺตํ, ฌาเน ยุโต ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๑๐๙. ‘‘กทา อิณฏฺโฏว ทลิทฺทโก [ทฬิทฺทโก (สี.)] นิธึ, อาราธยิตฺวา ธนิเกหิ ปีฬิโต;
ตุฏฺโฐ ภวิสฺสํ อธิคมฺม สาสนํ, มเหสิโน ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ.
๑๑๑๐. ‘‘พหูนิ วสฺสานิ ตยามฺหิ ยาจิโต, ‘อคารวาเสน อลํ นุ เต อิทํ’;
ตํ ทานิ มํ ปพฺพชิตํ สมานํ, กึการณา จิตฺต ตุวํ น ยุญฺชสิ.
๑๑๑๑. ‘‘นนุ อหํ จิตฺต ตยามฺหิ ยาจิโต, ‘คิริพฺพเช จิตฺรฉทา วิหงฺคมา’;
มหินฺทโฆสตฺถนิตาภิคชฺชิโน, เต ตํ รเมสฺสนฺติ วนมฺหิ ฌายินํ.
๑๑๑๒. ‘‘กุลมฺหิ มิตฺเต จ ปิเย จ ญาตเก, ขิฑฺฑารตึ กามคุณญฺจ โลเก;
สพฺพํ ปหาย อิมมชฺฌุปาคโต, อโถปิ ตฺวํ จิตฺต น มยฺห ตุสฺสสิ.
๑๑๑๓. ‘‘มเมว เอตํ น หิ ตฺวํ ปเรสํ, สนฺนาหกาเล ปริเทวิเตน กึ;
สพฺพํ อิทํ จลมิติ เปกฺขมาโน, อภินิกฺขมึ อมตปทํ ชิคีสํ.
๑๑๑๔. ‘‘สุยุตฺตวาที ทฺวิปทานมุตฺตโม, มหาภิสกฺโก นรทมฺมสารถิ [สารถี (สี.)];
‘จิตฺตํ จลํ มกฺกฏสนฺนิภํ อิติ, อวีตราเคน สุทุนฺนิวารยํ’.
๑๑๑๕. ‘‘กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา, อวิทฺทสู ยตฺถ สิตา ปุถุชฺชนา;
เต ทุกฺขมิจฺฉนฺติ ปุนพฺภเวสิโน, จิตฺเตน นีตา นิรเย นิรากตา.
๑๑๑๖. ‘‘‘มยูรโกญฺจาภิรุตมฺหิ กานเน, ทีปีหิ พฺยคฺเฆหิ ปุรกฺขโต วสํ;
กาเย อเปกฺขํ ชห มา วิราธย’, อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ.
๑๑๑๗. ‘‘‘ภาเวหิ ฌานานิ จ อินฺทฺริยานิ จ, พลานิ โพชฺฌงฺคสมาธิภาวนา;
ติสฺโส จ วิชฺชา ผุส พุทฺธสาสเน’, อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ.
๑๑๑๘. ‘‘‘ภาเวหิ มคฺคํ อมตสฺส ปตฺติยา, นิยฺยานิกํ สพฺพทุขกฺขโยคธํ;
อฏฺฐงฺคิกํ สพฺพกิเลสโสธนํ’, อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ.
๑๑๑๙. ‘‘‘ทุกฺขนฺติ ขนฺเธ ปฏิปสฺส โยนิโส, ยโต จ ทุกฺขํ สมุเทติ ตํ ชห;
อิเธว ทุกฺขสฺส กโรหิ อนฺตํ’, อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ.
๑๑๒๐. ‘‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขนฺติ วิปสฺส โยนิโส, สุญฺญํ อนตฺตาติ อฆํ วธนฺติ จ;
มโนวิจาเร อุปรุนฺธ เจตโส’, อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ.
๑๑๒๑. ‘‘‘มุณฺโฑ วิรูโป อภิสาปมาคโต, กปาลหตฺโถว กุเลสุ ภิกฺขสุ;
ยุญฺชสฺสุ สตฺถุวจเน มเหสิโน’, อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ.
๑๑๒๒. ‘‘‘สุสํวุตตฺโต วิสิขนฺตเร จรํ, กุเลสุ กาเมสุ อสงฺคมานโส;
จนฺโท ยถา โทสินปุณฺณมาสิยา’, อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ.
๑๑๒๓. ‘‘‘อารญฺญิโก โหหิ จ ปิณฺฑปาติโก, โสสานิโก โหหิ จ ปํสุกูลิโก;
เนสชฺชิโก โหหิ สทา ธุเต รโต’, อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ.
๑๑๒๔. ‘‘โรเปตฺว รุกฺขานิ ยถา ผเลสี, มูเล ตรุํ เฉตฺตุ ตเมว อิจฺฉสิ;
ตถูปมํ จิตฺตมิทํ กโรสิ, ยํ มํ อนิจฺจมฺหิ จเล นิยุญฺชสิ.
๑๑๒๕. ‘‘อรูป ทูรงฺคม เอกจาริ, น เต กริสฺสํ วจนํ อิทานิหํ;
ทุกฺขา หิ กามา กฏุกา มหพฺภยา, นิพฺพานเมวาภิมโน จริสฺสํ.
๑๑๒๖. ‘‘นาหํ อลกฺขฺยา อหิริกฺกตาย วา, น จิตฺตเหตู น จ ทูรกนฺตนา;
อาชีวเหตู จ อหํ น นิกฺขมึ, กโต จ เต จิตฺต ปฏิสฺสโว มยา.
๑๑๒๗. ‘‘‘อปฺปิจฺฉตา สปฺปุริเสหิ วณฺณิตา, มกฺขปฺปหานํ วูปสโม ทุขสฺส’;
อิติสฺสุ มํ จิตฺต ตทา นิยุญฺชสิ, อิทานิ ตฺวํ คจฺฉสิ ปุพฺพจิณฺณํ.
๑๑๒๘. ‘‘ตณฺหา อวิชฺชา จ ปิยาปิยญฺจ, สุภานิ รูปานิ สุขา จ เวทนา;
มนาปิยา กามคุณา จ วนฺตา, วนฺเต อหํ อาวมิตุํ น อุสฺสเห.
๑๑๒๙. ‘‘สพฺพตฺถ เต จิตฺต วโจ กตํ มยา, พหูสุ ชาตีสุ น เมสิ โกปิโต;
อชฺฌตฺตสมฺภโว กตญฺญุตาย เต, ทุกฺเข จิรํ สํสริตํ ตยา กเต.
๑๑๓๐. ‘‘ตฺวญฺเญว โน จิตฺต กโรสิ พฺราหฺมโณ [พฺราหฺมเณ (สี.), พฺราหฺมณํ (?) ภาวโลป-ตปฺปธานตา คเหตพฺพา], ตฺวํ ขตฺติโย ราชทสี [ราชทิสี (สฺยา. ก.)] กโรสิ;
เวสฺสา จ สุทฺทา จ ภวาม เอกทา, เทวตฺตนํ วาปิ ตเวว วาหสา.
๑๑๓๑. ‘‘ตเวว เหตู อสุรา ภวามเส, ตฺวํมูลกํ เนรยิกา ภวามเส;
อโถ ติรจฺฉานคตาปิ เอกทา, เปตตฺตนํ วาปิ ตเวว วาหสา.
๑๑๓๒. ‘‘นนุ ทุพฺภิสฺสสิ มํ ปุนปฺปุนํ, มุหุํ มุหุํ จารณิกํว ทสฺสยํ;
อุมฺมตฺตเกเนว มยา ปโลภสิ, กิญฺจาปิ เต จิตฺต วิราธิตํ มยา.
๑๑๓๓. ‘‘อิทํ ปุเร จิตฺตมจาริ จาริกํ, เยนิจฺฉกํ ยตฺถกามํ ยถาสุขํ;
ตทชฺชหํ นิคฺคเหสฺสามิ โยนิโส, หตฺถิปฺปภินฺนํ วิย องฺกุสคฺคโห.
๑๑๓๔. ‘‘สตฺถา จ เม โลกมิมํ อธิฏฺฐหิ, อนิจฺจโต อทฺธุวโต อสารโต;
ปกฺขนฺท มํ จิตฺต ชินสฺส สาสเน, ตาเรหิ โอฆา มหตา สุทุตฺตรา.
๑๑๓๕. ‘‘น เต อิทํ จิตฺต ยถา ปุราณกํ, นาหํ อลํ ตุยฺห วเส นิวตฺติตุํ [วเสน วตฺติตุํ (?)];
มเหสิโน ปพฺพชิโตมฺหิ สาสเน, น มาทิสา โหนฺติ วินาสธาริโน.
๑๑๓๖. ‘‘นคา สมุทฺทา สริตา วสุนฺธรา, ทิสา จตสฺโส วิทิสา อโธ ทิวา;
สพฺเพ อนิจฺจา ติภวา อุปทฺทุตา, กุหึ คโต จิตฺต สุขํ รมิสฺสสิ.
๑๑๓๗. ‘‘ธิติปฺปรํ กึ มม จิตฺต กาหิสิ, น เต อลํ จิตฺต วสานุวตฺตโก;
น ชาตุ ภสฺตํ อุภโตมุขํ ฉุเป, ธิรตฺถุ ปูรํ นว โสตสนฺทนึ.
๑๑๓๘. ‘‘วราหเอเณยฺยวิคาฬฺหเสวิเต, ปพฺภารกุฏฺเฏ ปกเตว สุนฺทเร;
นวมฺพุนา ปาวุสสิตฺถกานเน, ตหึ คุหาเคหคโต รมิสฺสสิ.
๑๑๓๙. ‘‘สุนีลคีวา สุสิขา สุเปขุนา, สุจิตฺตปตฺตจฺฉทนา วิหงฺคมา;
สุมญฺชุโฆสตฺถนิตาภิคชฺชิโน, เต ตํ รเมสฺสนฺติ วนมฺหิ ฌายินํ.
๑๑๔๐. ‘‘วุฏฺฐมฺหิ เทเว จตุรงฺคุเล ติเณ, สํปุปฺผิเต เมฆนิภมฺหิ กานเน;
นคนฺตเร วิฏปิสโม สยิสฺสํ, ตํ เม มุทู เหหิติ ตูลสนฺนิภํ.
๑๑๔๑. ‘‘ตถา ตุ กสฺสามิ ยถาปิ อิสฺสโร, ยํ ลพฺภติ เตนปิ โหตุ เม อลํ;
น ตาหํ กสฺสามิ ยถา อตนฺทิโต, พิฬารภสฺตํว ยถา สุมทฺทิตํ.
๑๑๔๒. ‘‘ตถา ตุ กสฺสามิ ยถาปิ อิสฺสโร, ยํ ลพฺภติ เตนปิ โหตุ เม อลํ;
วีริเยน ตํ มยฺห วสานยิสฺสํ, คชํว มตฺตํ กุสลงฺกุสคฺคโห.
๑๑๔๓. ‘‘ตยา สุทนฺเตน อวฏฺฐิเตน หิ, หเยน โยคฺคาจริโยว อุชฺชุนา;
ปโหมิ มคฺคํ ปฏิปชฺชิตุํ สิวํ, จิตฺตานุรกฺขีหิ สทา นิเสวิตํ.
๑๑๔๔. ‘‘อารมฺมเณ ตํ พลสา นิพนฺธิสํ, นาคํว ถมฺภมฺหิ ทฬฺหาย รชฺชุยา;
ตํ เม สุคุตฺตํ สติยา สุภาวิตํ, อนิสฺสิตํ สพฺพภเวสุ เหหิสิ.
๑๑๔๕. ‘‘ปญฺญาย เฉตฺวา วิปถานุสารินํ, โยเคน นิคฺคยฺห ปเถ นิเวสิย;
ทิสฺวา สมุทยํ วิภวญฺจ สมฺภวํ, ทายาทโก เหหิสิ อคฺควาทิโน.
๑๑๔๖. ‘‘จตุพฺพิปลฺลาสวสํ อธิฏฺฐิตํ, คามณฺฑลํว ปริเนสิ จิตฺต มํ;
นนุ [นูน (สี.)] สํโยชนพนฺธนจฺฉิทํ, สํเสวเส การุณิกํ มหามุนึ.
๑๑๔๗. ‘‘มิโค ยถา เสริ สุจิตฺตกานเน, รมฺมํ คิรึ ปาวุสอพฺภมาลินึ [มาลึ (?)];
อนากุเล ตตฺถ นเค รมิสฺสํ [รมิสฺสสิ (สฺยา. ก.)], อสํสยํ จิตฺต ปรา ภวิสฺสสิ.
๑๑๔๘. ‘‘เย ตุยฺห ฉนฺเทน วเสน วตฺติโน, นรา จ นารี จ อนุโภนฺติ ยํ สุขํ;
อวิทฺทสู มารวสานุวตฺติโน, ภวาภินนฺที ตว จิตฺต สาวกา’’ติ.
… ตาลปุโฏ เถโร….
ปญฺญาสนิปาโต นิฏฺฐิโต.