๒. อุทายิตฺเถรคาถา
๖๘๙. [อ. นิ. ๖.๔๓] ‘‘มนุสฺสภูตํ สมฺพุทฺธํ, อตฺตทนฺตํ สมาหิตํ;
อิริยมานํ พฺรหฺมปเถ, จิตฺตสฺสูปสเม รตํ.
๖๙๐. ‘‘ยํ มนุสฺสา นมสฺสนฺติ, สพฺพธมฺมาน ปารคุํ;
เทวาปิ ตํ นมสฺสนฺติ, อิติ เม อรหโต สุตํ.
๖๙๑. ‘‘สพฺพสํโยชนาตีตํ, วนา นิพฺพนมาคตํ;
กาเมหิ เนกฺขมฺมรตํ [นิกฺขมฺมรตํ (ก.)], มุตฺตํ เสลาว กญฺจนํ.
๖๙๒. ‘‘ส เว อจฺจรุจิ นาโค, หิมวาวญฺเญ สิลุจฺจเย;
สพฺเพสํ นาคนามานํ, สจฺจนาโม อนุตฺตโร.
๖๙๓. ‘‘นาคํ โว กิตฺตยิสฺสามิ, น หิ อาคุํ กโรติ โส;
โสรจฺจํ อวิหึสา จ, ปาทา นาคสฺส เต ทุเว.
๖๙๔. ‘‘สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ, จรณา นาคสฺส เตปเร;
สทฺธาหตฺโถ มหานาโค, อุเปกฺขาเสตทนฺตวา.
๖๙๕. ‘‘สติ คีวา สิโร ปญฺญา, วีมํสา ธมฺมจินฺตนา;
ธมฺมกุจฺฉิสมาวาโส, วิเวโก ตสฺส วาลธิ.
๖๙๖. ‘‘โส ฌายี อสฺสาสรโต, อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโต;
คจฺฉํ สมาหิโต นาโค, ฐิโต นาโค สมาหิโต.
๖๙๗. ‘‘สยํ สมาหิโต นาโค, นิสินฺโนปิ สมาหิโต;
สพฺพตฺถ สํวุโต นาโค, เอสา นาคสฺส สมฺปทา.
๖๙๘. ‘‘ภุญฺชติ อนวชฺชานิ, สาวชฺชานิ น ภุญฺชติ;
ฆาสมจฺฉาทนํ ลทฺธา, สนฺนิธึ ปริวชฺชยํ.
๖๙๙. ‘‘สํโยชนํ อณุํ ถูลํ, สพฺพํ เฉตฺวาน พนฺธนํ;
เยน เยเนว คจฺฉติ, อนปกฺโขว คจฺฉติ.
๗๐๐. ‘‘ยถาปิ อุทเก ชาตํ, ปุณฺฑรีกํ ปวฑฺฒติ;
โนปลิปฺปติ โตเยน, สุจิคนฺธํ มโนรมํ.
๗๐๑. ‘‘ตเถว จ โลเก ชาโต, พุทฺโธ โลเก วิหรติ;
โนปลิปฺปติ โลเกน, โตเยน ปทุมํ ยถา.
๗๐๒. ‘‘มหาคินิ ปชฺชลิโต, อนาหาโรปสมฺมติ;
องฺคาเรสุ จ สนฺเตสุ, นิพฺพุโตติ ปวุจฺจติ.
๗๐๓. ‘‘อตฺถสฺสายํ วิญฺญาปนี, อุปมา วิญฺญูหิ เทสิตา;
วิญฺญิสฺสนฺติ มหานาคา, นาคํ นาเคน เทสิตํ.
๗๐๔. ‘‘วีตราโค วีตโทโส, วีตโมโห อนาสโว;
สรีรํ วิชหํ นาโค, ปรินิพฺพิสฺสตฺยนาสโว’’ติ.
… อุทายี เถโร….
โสฬสกนิปาโต นิฏฺฐิโต.