๓. ปุณฺณกมาณวปุจฺฉา
๑๐๔๙. ‘‘อเนชํ มูลทสฺสาวึ, (อิจฺจายสฺมา ปุณฺณโก)
อตฺถิ [อตฺถี (สฺยา.)] ปเญฺหน อาคมํ;
กึ นิสฺสิตา อิสโย มนุชา, ขตฺติยา พฺราหฺมณา เทวตานํ;
ยญฺญมกปฺปยึสุ ปุถูธ โลเก, ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิ เม ตํ’’.
๑๐๕๐. ‘‘เย เกจิเม อิสโย มนุชา, (ปุณฺณกาติ ภควา)
ขตฺติยา พฺราหฺมณา เทวตานํ;
ยญฺญมกปฺปยึสุ ปุถูธ โลเก, อาสีสมานา ปุณฺณก อิตฺถตฺตํ [อิตฺถภาวํ (สี. สฺยา.)];
ชรํ สิตา ยญฺญมกปฺปยึสุ’’.
๑๐๕๑. ‘‘เย เกจิเม อิสโย มนุชา, (อิจฺจายสฺมา ปุณฺณโก)
ขตฺติยา พฺราหฺมณา เทวตานํ;
ยญฺญมกปฺปยึสุ ปุถูธ โลเก, กจฺจิสฺสุ เต ภควา ยญฺญปเถ อปฺปมตฺตา;
อตารุํ ชาติญฺจ ชรญฺจ มาริส, ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิ เม ตํ’’.
๑๐๕๒. ‘‘อาสีสนฺติ โถมยนฺติ, อภิชปฺปนฺติ ชุหนฺติ; (ปุณฺณกาติ ภควา)
กามาภิชปฺปนฺติ ปฏิจฺจ ลาภํ, เต ยาชโยคา ภวราครตฺตา;
นาตรึสุ ชาติชรนฺติ พฺรูมิ’’.
๑๐๕๓. ‘‘เต เจ นาตรึสุ ยาชโยคา, (อิจฺจายสฺมา ปุณฺณโก)
ยญฺเญหิ ชาติญฺจ ชรญฺจ มาริส;
อถ โก จรหิ เทวมนุสฺสโลเก, อตาริ ชาติญฺจ ชรญฺจ มาริส;
ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิ เม ตํ’’.
๑๐๕๔. ‘‘สงฺขาย โลกสฺมิ ปโรปรานิ [ปโรวรานิ (สี. สฺยา.)], (ปุณฺณกาติ ภควา)
ยสฺสิญฺชิตํ นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเก;
สนฺโต วิธูโม อนีโฆ นิราโส, อตาริ โส ชาติชรนฺติ พฺรูมี’’ติ.
ปุณฺณกมาณวปุจฺฉา ตติยา นิฏฺฐิตา.