๑๖. ปิงฺคิยมาณวปุจฺฉา
๑๑๒๖. ‘‘ชิณฺโณหมสฺมิ อพโล วีตวณฺโณ, (อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย)
เนตฺตา น สุทฺธา สวนํ น ผาสุ;
มาหํ นสฺสํ โมมุโห อนฺตราว
อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ;
ชาติชราย อิธ วิปฺปหานํ’’.
๑๑๒๗. ‘‘ทิสฺวาน รูเปสุ วิหญฺญมาเน, (ปิงฺคิยาติ ภควา)
รุปฺปนฺติ รูเปสุ ชนา ปมตฺตา;
ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโต,
ชหสฺสุ รูปํ อปุนพฺภวาย’’.
๑๑๒๘. ‘‘ทิสา จตสฺโส วิทิสา จตสฺโส, อุทฺธํ อโธ ทส ทิสา อิมาโย;
น ตุยฺหํ อทิฏฺฐํ อสุตํ อมุตํ [อสุตํ อมุตํ วา (สี.), อสุตามุตํ วา (สฺยา.), อสุตํ’มุตํ วา (ปี.)], อโถ อวิญฺญาตํ กิญฺจนมตฺถิ [กิญฺจิ มตฺถิ (สฺยา.), กิญฺจิ นตฺถิ (ปี.), กิญฺจินมตฺถิ (ก.)] โลเก;
อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ, ชาติชราย อิธ วิปฺปหานํ’’.
๑๑๒๙. ‘‘ตณฺหาธิปนฺเน มนุเช เปกฺขมาโน, (ปิงฺคิยาติ ภควา)
สนฺตาปชาเต ชรสา ปเรเต;
ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโต, ชหสฺสุ ตณฺหํ อปุนพฺภวายา’’ติ.
ปิงฺคิยมาณวปุจฺฉา โสฬสมา นิฏฺฐิตา.
ปารายนตฺถุติคาถา
อิทมโวจ ภควา มคเธสุ วิหรนฺโต ปาสาณเก เจติเย, ปริจารกโสฬสานํ [ปริจารกโสฬสนฺนํ (สฺยา. ก.)] พฺราหฺมณานํ อชฺฌิฏฺโฐ ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ ปญฺหํ [ปเญฺห (สี. ปี.)] พฺยากาสิ. เอกเมกสฺส เจปิ ปญฺหสฺส อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปชฺเชยฺย, คจฺเฉยฺเยว ชรามรณสฺส ปารํ. ปารงฺคมนียา อิเม ธมฺมาติ, ตสฺมา อิมสฺส ธมฺมปริยายสฺส ปารายนนฺเตว [ปารายณํเตฺวว (สี. อฏฺฐ.)] อธิวจนํ.
๑๑๓๐. อชิโต ติสฺสเมตฺเตยฺโย, ปุณฺณโก อถ เมตฺตคู;
โธตโก อุปสีโว จ, นนฺโท จ อถ เหมโก.
๑๑๓๑. โตเทยฺย-กปฺปา ทุภโย, ชตุกณฺณี จ ปณฺฑิโต;
ภทฺราวุโธ อุทโย จ, โปสาโล จาปิ พฺราหฺมโณ;
โมฆราชา จ เมธาวี, ปิงฺคิโย จ มหาอิสิ.
๑๑๓๒. เอเต พุทฺธํ อุปาคจฺฉุํ, สมฺปนฺนจรณํ อิสึ;
ปุจฺฉนฺตา นิปุเณ ปเญฺห, พุทฺธเสฏฺฐํ อุปาคมุํ.
๑๑๓๓. เตสํ พุทฺโธ ปพฺยากาสิ, ปเญฺห ปุฏฺโฐ ยถาตถํ;
ปญฺหานํ เวยฺยากรเณน, โตเสสิ พฺราหฺมเณ มุนิ.
๑๑๓๔. เต โตสิตา จกฺขุมตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;
พฺรหฺมจริยมจรึสุ, วรปญฺญสฺส สนฺติเก.
๑๑๓๕. เอกเมกสฺส ปญฺหสฺส, ยถา พุทฺเธน เทสิตํ;
ตถา โย ปฏิปชฺเชยฺย, คจฺเฉ ปารํ อปารโต.
๑๑๓๖. อปารา ปารํ คจฺเฉยฺย, ภาเวนฺโต มคฺคมุตฺตมํ;
มคฺโค โส ปารํ คมนาย, ตสฺมา ปารายนํ อิติ.
ปารายนานุคีติคาถา
๑๑๓๗. ‘‘ปารายนมนุคายิสฺสํ, (อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย)
ยถาทฺทกฺขิ ตถากฺขาสิ, วิมโล ภูริเมธโส;
นิกฺกาโม นิพฺพโน [นิพฺพุโต (สฺยา.)] นาโค, กิสฺส เหตุ มุสา ภเณ.
๑๑๓๘. ‘‘ปหีนมลโมหสฺส, มานมกฺขปฺปหายิโน;
หนฺทาหํ กิตฺตยิสฺสามิ, คิรํ วณฺณูปสญฺหิตํ.
๑๑๓๙. ‘‘ตโมนุโท พุทฺโธ สมนฺตจกฺขุ, โลกนฺตคู สพฺพภวาติวตฺโต;
อนาสโว สพฺพทุกฺขปหีโน, สจฺจวฺหโย พฺรเหฺม อุปาสิโต เม.
๑๑๔๐. ‘‘ทิโช ยถา กุพฺพนกํ ปหาย, พหุปฺผลํ กานนมาวเสยฺย;
เอวํ ปหํ อปฺปทสฺเส ปหาย, มโหทธึ หํโสริว อชฺฌปตฺโต.
๑๑๔๑. ‘‘เยเม ปุพฺเพ วิยากํสุ, หุรํ โคตมสาสนา;
อิจฺจาสิ อิติ ภวิสฺสติ;
สพฺพํ ตํ อิติหิติหํ, สพฺพํ ตํ ตกฺกวฑฺฒนํ.
๑๑๔๒. ‘‘เอโก ตมนุทาสิโน, ชุติมา โส ปภงฺกโร;
โคตโม ภูริปญฺญาโณ, โคตโม ภูริเมธโส.
๑๑๔๓. ‘‘โย เม ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ’’.
๑๑๔๔. ‘‘กึนุ ตมฺหา วิปฺปวสสิ, มุหุตฺตมปิ ปิงฺคิย;
โคตมา ภูริปญฺญาณา, โคตมา ภูริเมธสา.
๑๑๔๕. ‘‘โย เต ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ’’.
๑๑๔๖. ‘‘นาหํ ตมฺหา วิปฺปวสามิ, มุหุตฺตมปิ พฺราหฺมณ;
โคตมา ภูริปญฺญาณา, โคตมา ภูริเมธสา.
๑๑๔๗. ‘‘โย เม ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ.
๑๑๔๘. ‘‘ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาว, รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโต;
นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตึ, เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาสํ.
๑๑๔๙. ‘‘สทฺธา จ ปีติ จ มโน สติ จ, นาเปนฺติ เม โคตมสาสนมฺหา;
ยํ ยํ ทิสํ วชติ ภูริปญฺโญ, ส เตน เตเนว นโตหมสฺมิ.
๑๑๕๐. ‘‘ชิณฺณสฺส เม ทุพฺพลถามกสฺส, เตเนว กาโย น ปเลติ ตตฺถ;
สํกปฺปยนฺตาย [สํกปฺปยตฺตาย (สี.)] วชามิ นิจฺจํ, มโน หิ เม พฺราหฺมณ เตน ยุตฺโต.
๑๑๕๑. ‘‘ปงฺเก สยาโน ปริผนฺทมาโน, ทีปา ทีปํ อุปปฺลวึ [อุปลฺลวึ (สฺยา. นิทฺเทส)];
อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, โอฆติณฺณมนาสวํ’’.
๑๑๕๒. ‘‘ยถา อหู วกฺกลิ มุตฺตสทฺโธ, ภทฺราวุโธ อาฬวิ โคตโม จ;
เอวเมว ตฺวมฺปิ ปมุญฺจสฺสุ สทฺธํ,
คมิสฺสสิ ตฺวํ ปิงฺคิย มจฺจุเธยฺยสฺส ปารํ’’ [มจฺจุเธยฺยปารํ (สี.)].
๑๑๕๓. ‘‘เอส ภิยฺโย ปสีทามิ, สุตฺวาน มุนิโน วโจ;
วิวฏฺฏจฺฉโท สมฺพุทฺโธ, อขิโล ปฏิภานวา.
๑๑๕๔. ‘‘อธิเทเว อภิญฺญาย, สพฺพํ เวทิ วโรวรํ [ปโร วรํ (สี. สฺยา.), ปโร ปรํ (นิทฺเทส)];
ปญฺหานนฺตกโร สตฺถา, กงฺขีนํ ปฏิชานตํ.
๑๑๕๕. ‘‘อสํหีรํ อสงฺกุปฺปํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ;
อทฺธา คมิสฺสามิ น เมตฺถ กงฺขา, เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺต’’นฺติ.
ปารายนวคฺโค ปญฺจโม นิฏฺฐิโต.