๑. อชิตมาณวปุจฺฉา
๑๐๓๘. ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก, (อิจฺจายสฺมา อชิโต)
เกนสฺสุ นปฺปกาสติ;
กิสฺสาภิเลปนํ พฺรูสิ, กึสุ ตสฺส มหพฺภยํ’’.
๑๐๓๙. ‘‘อวิชฺชาย นิวุโต โลโก, (อชิตาติ ภควา)
เววิจฺฉา ปมาทา นปฺปกาสติ;
ชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมิ, ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ’’.
๑๐๔๐. ‘‘สวนฺติ สพฺพธิ โสตา, (อิจฺจายสฺมา อชิโต)
โสตานํ กึ นิวารณํ;
โสตานํ สํวรํ พฺรูหิ, เกน โสตา ปิธิยฺยเร’’ [ปิถิยฺยเร (สี. สฺยา. ปี.), ปิถียเร (สี. อฏฺฐ.), ปิธียเร (?)].
๑๐๔๑. ‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา)
สติ เตสํ นิวารณํ;
โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธิยฺยเร’’.
๑๐๔๒. ‘‘ปญฺญา เจว สติ ยญฺจ [สตี เจว (สี.), สตี จ (สฺยา.), สตี จาปิ (ปี. นิทฺเทส), สติ จาปิ (นิทฺเทส)], (อิจฺจายสฺมา อชิโต)
นามรูปญฺจ มาริส;
เอตํ เม ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ, กตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ’’.
๑๐๔๓. ‘‘ยเมตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ, อชิต ตํ วทามิ เต;
ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌติ;
วิญฺญาณสฺส นิโรเธน, เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ’’.
๑๐๔๔. ‘‘เย จ สงฺขาตธมฺมาเส, เย จ เสขา ปุถู อิธ;
เตสํ เม นิปโก อิริยํ, ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ มาริส’’.
๑๐๔๕. ‘‘กาเมสุ นาภิคิชฺเฌยฺย, มนสานาวิโล สิยา;
กุสโล สพฺพธมฺมานํ, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ.
อชิตมาณวปุจฺฉา ปฐมา นิฏฺฐิตา.