๕. ติโรกุฏฺฏเปตวตฺถุ
๑๔. [ขุ. ปา. ๗.๑ ขุทฺทกปาเฐ] ‘‘ติโรกุฏฺเฏสุ [ติโรกุฑฺเฑสุ (สี. สฺยา. ปี.)] ติฏฺฐนฺติ, สนฺธิสิงฺฆาฏเกสุ จ;
ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺติ, อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรํ.
๑๕. ‘‘ปหูเต อนฺนปานมฺหิ, ขชฺชโภชฺเช อุปฏฺฐิเต;
น เตสํ โกจิ สรติ, สตฺตานํ กมฺมปจฺจยา.
๑๖. ‘‘เอวํ ททนฺติ ญาตีนํ, เย โหนฺติ อนุกมฺปกา;
สุจึ ปณีตํ กาเลน, กปฺปิยํ ปานโภชนํ;
‘อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ, สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย’.
๑๗. ‘‘เต จ ตตฺถ สมาคนฺตฺวา, ญาติเปตา สมาคตา;
ปหูเต อนฺนปานมฺหิ, สกฺกจฺจํ อนุโมทเร.
๑๘. ‘‘‘จิรํ ชีวนฺตุ โน ญาตี, เยสํ เหตุ ลภามเส;
อมฺหากญฺจ กตา ปูชา, ทายกา จ อนิปฺผลา’.
๑๙. ‘‘‘น หิ ตตฺถ กสิ อตฺถิ, โครกฺเขตฺถ น วิชฺชติ;
วณิชฺชา ตาทิสี นตฺถิ, หิรญฺเญน กยากยํ [กโยกฺกยํ (สี. ก.) กโยกยํ (ขุ. ปา. ๗.๖)];
อิโต ทินฺเนน ยาเปนฺติ, เปตา กาลคตา [กาลกตา (สี. สฺยา. ปี.)] ตหึ’.
๒๐. ‘‘‘อุนฺนเม อุทกํ วุฏฺฐํ, ยถา นินฺนํ ปวตฺตติ;
เอวเมว อิโต ทินฺนํ, เปตานํ อุปกปฺปติ’.
๒๑. ‘‘‘ยถา วาริวหา ปูรา, ปริปูเรนฺติ สาครํ;
เอวเมว อิโต ทินฺนํ, เปตานํ อุปกปฺปติ’.
๒๒. ‘‘‘อทาสิ เม อกาสิ เม, ญาติ มิตฺตา [ญาติ มิตฺโต (?)] สขา จ เม;
เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา, ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ’.
๒๓. ‘‘‘น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา, ยา จญฺญา ปริเทวนา;
น ตํ เปตานมตฺถาย, เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย’.
๒๔. ‘‘‘อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา, สงฺฆมฺหิ สุปฺปติฏฺฐิตา;
ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส, ฐานโส อุปกปฺปติ’.
๒๕. ‘‘โส ญาติธมฺโม จ อยํ นิทสฺสิโต, เปตาน ปูชา จ กตา อุฬารา;
พลญฺจ ภิกฺขูนมนุปฺปทินฺนํ, ตุเมฺหหิ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปก’’นฺติ.
ติโรกุฏฺฏเปตวตฺถุ ปญฺจมํ.